เลขเด็ด เลขนำโชค จากสำนักดังที่ คอหวย ไม่ควรพลาด!

รวม เลขเด็ด เลขนำโชค จากสำนักดังที่ คอหวย ไม่ควรพลาด

เลขเด็ด จากสำนักดังที่ คอหวย ไม่ควรพลาด
เลขเด็ด จากสำนักดังที่ คอหวย ไม่ควรพลาด

คอหวยตาลุก เลขตะเคียนวัดหนองไม้  ทีเด็ด 2 ตัว ลุ้นเฮ 3 งวดติด !!

ไม่หวั่นสายฝน ชาวบ้านแห่ลุ้นเลขเด็ด " เลขนำโชค ตะเคียนทอง 5 ต้น" วัดหนองไม้กอง จ.กำแพงเพชร หลังให้โชคเฮ 2 งวดติด ฮือฮาสิงร่างทรง หยุดเทียนน้ำมนต์ 2 ตัว โผล่เพียบ คอหวยตาลุก ส่องลุ้นงวด 3 ที่วัดหนองไม้กอง หมู่1 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร มีประชาชนได้แห่มารอร่างทรงทำพิธีขอเลขเด็ด เลขนำโชค จาก แม่มนทาทิพย์, แม่จันทร์หอม, แม่ขอมดำ แม่สไบทอง และแม่สีทอง ตะเคียนทอง 5 ตัน ซึ่งมีอายุรวมกันกว่า 1,000 ปี โดยให้โชดชาวบ้าน 2 งวดติดแล้ว ซึ่งงวดที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านได้โชคจำนวนมาก วันนี้จึงพากันนำสิ่งของมาแก้บน และมารอร่างทรงทำพิธีขอเลข ท่มกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงค่ำและเมื่อร่างทรงประกอบพิธีหยดเทียนลงขันน้ำมนต์ขณะทำพิธีก็มีอาการเหมือนถูกบางอย่างเข้าสิง โดยชาวบ้านเชื่อว่า "เจ้าแม่ตะเคียน" ลงมาประทับร่าง ต่างพากันฮือฮา! กับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก และเมื่อพิธีแล้วเสร็จคอหวยไม่รอช้าต่างพากันเข้าส่องขันน้ำมนต์โดยเลขที่เห็นครั้งนี้ ได้แก่เลข "23, 24, 25, 29, 34,35 และ 39"

 

คอทวยคึกคักแห่ขอ "เลขเด็ด" ไอ้จุกหลังให้โชคมาแล้ว 2 งวดติด

นักเสี่ยงโชคแห่ขอ "เลขเด็ด" เลขนำโชค กุมารทอง "ไอ้จุก" วัดประชุมมิตรบำรุง หลังให้โชดคนดวงเฮงถูกหวยรางวัลที่ 1มาแล้ว 2 งวดติด ท้องที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จนฉุดไม่อยู่หลังชาวบ้านทราบข่าวว่าให้โชครางวัลที่ 1 มาแล้ว 2 งวดติดต่อกัน ส่งผลให้บรรยากาศที่วัดเป็นไปอย่างคึกคักนักเสี่ยงโชคหลายทน ต่างจูงลูกหลานเดินทางมาทำบุญจุดธูปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด และขาดไม่ได้ที่จะไปขอโชคลาภไอ้จุกกุมารทองตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่โชคดีรับโชคเป็นเงินหลายแสนบาท ต่างนำของเล่นเค็มาแก้บนพร้อมทั้งจุดประทัดแก้บนถวายหลังสมปรารถนากันไปเสียงดังกึกก้อง

ทางด้าน คุณป้าบำรุง วงษ์ทองดี อายุ 59 ปี แม่บ้านวัดประชุมมิตรบำรุง ได้นำเอาประทัดไปแขวนยังตันโพธิ์เพื่อจุดเช่นไหว้ไอ้จุก นักเสี่ยงโชคก็ไม่พลาดมารอดูเลขที่ทางประทัดอย่างใจจดใจจ่อพอสิ้นเสียงประทัดระเบิดได้ยินเสียงของ ด.ช.เวษพิสิฐ  ใจเพื่อง อายุ 5 ขวบที่วิ่งเล่นอยู่ห่างจากโคนตันโพธิ์ประมาณ 3 เมตร อย่างบังเอิญแล้วน้องก็ตะโกนบอกว่า อยู่นี่สร้างความประหลาดใจกับผู้ที่ต้องการดูเลขเด็ด เลขนำโชค เชื่อว่าไอ้จุกให้เป็นคนบอก คือเลข828, 69 เพื่อนำไปลุ้นโชคอีกด้วย

หลังจากที่ไอ้จุกกุมารทอง เป็นที่รู้จักชาวบ้านก็ต่างมากราบไหว้เพื่อขอโชคแล้วได้โชคกันกลับไป แล้วก็นำของเล่นต่างๆ มาแก้บนนั้น เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลซึ่งทางหลวงพ่อก็บอกไม่ได้ ส่วนของเล่นเด็กตอนนี้มีมากจนคิดว่าจะนำไปแจกให้กับเด็กเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป

 

พบตะเคียนทองยักษ์อายุกว่า 100 ปี โผล่กลางคลองภักดีรำไพ

ชาวบ้านฮือฮา พบ "ตะเคียนทองยักษ์" อายุกว่า 100 ปี โผล่ลอยกลางคลองภักดีรำไพ คอหวย ไม่พันแห่ส่อง "เลขเด็ด" ทะเบียนรถอัญเชิญกลับวัด พร้อมเผย 5 ปีที่แล้วตะเคียนต้นแรกทำถูกหวยทั้งตำบลผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริเวณประตูระบายน้ำ คลองภักดีรำไพ ช่วงบริเวณพื้นที่ ม.7 ตเกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี รับแจ้งจาก นายสำเริงสอนสังข์ อายุ 38 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย ประตูระบายน้ำคลองภักดีรำไพ

ได้แจ้งว่า พบมีตันตะเคียนขนาดใหญ่ลอยมาขวางติดประตูระบายน้ำ หลังรับแจ้งได้รีบเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อเดินทางไปถึงที่ ก็ได้พบว่ามีชาวบ้านรวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าขายลอตเตอรี่จำนวนหลายร้อยคน เดินทางมามุงดูตันตะเคียนยักษ์ ที่ลอยอยู่กลางคลองจำนวนมากและต่อมา นายแดนชัย  ทองนพคุณผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะขวาง ก็ได้เดินทางมาตรวจสอบ และดูแลความเรียบร้อย ในขณะกำลังใช้โทรศัพท์บันทึกภาพ ก็ได้พบว่าเกิดเรื่องแปลกประหลาดเมื่อตันตะเคียน ที่ถูกกระแสน้ำได้พัดพาลอยมา ขวางติดประตูระบายน้ำ ส่วนของปลายลำต้นกลับลอยหันเปลี่ยนทิศ ขึ้นไปอยู่ในทางตรง จนทำให้ต้นตะเคียนนั้นสามารถลอยข้ามประตูน้ำ มาตามลำคลองและมาหยุดอยู่ใกล้กับท่าน้ำ ด้านหลังวัดเกาะตะเคี้ยน ทำให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดู ต่างพากันส่งเสียงอื้ออึงวิพากษ์วิจารณ์ กันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งต่อมาชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านมีมติที่เห็นตรงกันว่า จะต้องอัญเชิญต้นตะเคียนยักษ์ ขึ้นไปไว้ที่วัดเกาะตะเคียน เพื่อให้อยู่คู่กับตันตะเคียนทองอีกตัน ที่ถูกพบในคลอง ขณะก่อสร้างคลองภักดีรำไพแห่งนี้เมื่อ5ปืที่แล้วได้นิมนต์ พระอธิการวันเฉลิม กตปุญโญ เจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียนมาประกอบพิธีอัญเชิญตันตะเคียนให้ ขึ้นจากท่าน้ำ พร้อมกับประสานรถมาช่วยยกขึ้นจากหน้ำ และเคลื่อนย้ายกลับไปที่วัดเกาะตะเคียนจากการตรวจสอบเบื้องต้น หลังจากที่ยกตันตะเคียนขึ้นมาจากคลองมาวางไว้บนสะพานได้สำเร็จ พบว่าต้นตะเคียน มีลำตันสมบูรณ์ตรงตระหง่านยาวประมาณ 20 เมตร วัดได้รอบโคนต้นได้ประมาณ 4-5 คน โอบหลังจากนั้น ก็ได้ประกอบพิธีอัญเชิญและเคลื่อนย้ายตันตะเคียนทองกลับมาไว้ที่ ณ บริเวณลานหน้าศาลาการเปรียญ วัดเกาะตะเคียน ซึ่งอยู่ใกล้ศาลาประทับกับต้นตะเคียนทองตันแรก ทั้งนี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ชาวบ้านได้พากันแห่ซื้อเลขท้ายป้ายทะเบียนรถที่บรรทุกตันตะเคียนตัน ผลปรากฏว่าถูกหวยทั้งตำบลโดยเลขทะเบียนพ่วงที่บรรทุกตันตะเคียนตันล่สุด นั่นคือหมายเลขตัวแม่ 70-0558 จันทบุรีและหมายเลขท้ายรถพ่วง 70-2825 จันทบุรี ซึ่งเลขท้าย 3 ตัว บังเอิญไปตรงกับเลขที่ชาวบ้านได้มาจากตันตะเคียนขณะที่ลอยอยู่ในคลองและต่างรีบนำเลขไซื้อลอตเตอรี่ จากพ่อค้าแม่ค้าที่มารอขายกันเป็นจำนวนมาก

 

คนดวงเฮงรำบวงสรวง "หวดเท่ง" หลัง "เลขเด็ด"ให้โชค

คนดวงเฮงรำบวงสรวงใหญ่ "หวดเท่ง" ตัวเอกหนังตะลุงของชาวภาคใต้ หลังให้ "เลขเด็ด" เลขนำโชค ถูกหวยกันทั้งอำเภอสทิงพระ ขณะที่งวดนี้คอหวยไม่พลาด เลขปลายประทัด เสี่ยงโชคที่บริเวณอุทยานนกน้ำดูขุดเขตห้ามล่สัตว์ป้าทะเลสาบสงขลา ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีชาวบ้านกว่า 500 คน ร่วมทำพิธีบวงสรวงแก้บน ทวดเท่ง หรือไอ้เท่งตัวเอกหนังตะลุงของชาวภาคใต้สำหรับ "หวดเท่ง" มีตัวตนจริงๆ เกิดที่ตำบลคูขุดอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา สมัยมีชีวิตอยู่ คนแก่เล่าต่อกันให้ฟังว่า ขึ้นตาลโตนดออกเรือหาปลาเลี้ยงวัว ชอบวัวชน เป็นคนชอบสนุก พูดจริงทำจริง ซึ่งเสียชีวิตแล้วประมาณเกือบ 300 ปี หลังจากนั้น นายหนังตะลุงก็เลยติดรูปนำมาเป็นตัวเอกหนังตะลุงเป็นที่ชื่นชอบ และมีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบัน ชาวอำเภอดูขุด จึงได้หล่อรูปเพื่อให้ลูกหลานได้มาบูชาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของทวดเท่ง นายเจษฎา นิยมเดชา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูขุด กล่าวว่า มีคนถูกหวยมาหลายสิบงวดติดต่อกันและวันนี้ก็มีคนมารำแก้บน เนื่องจากถูกเลขท้ายหลายสิบใบเป็น 100 กว่าคน วันนี้ก็มีนางรำ 300 กว่าคน มารำแก้บทวดเท่งหลังจากถูกหวย บางคนนำรูปปั้นวัวชนมาถวาย บางคนก็นำประทัดมาจุดแก้บนต่างคนก็ต่างเห็นในใบประทัด 825 สองตัว 92 และ 78 ก็แล้วแต่ความเชื่อและดวงใครดวงมัน

 

ขอโชค "เจ้าสัวยี่กอฮง" ไม่ผิดหวังได้ "เลขเด็ด"

คอหวยมาขอโชค "หุ่นปั้นเจ้าสัวยี่กอฮง" ณ วัดสว่าง-อารมณ์ ไม่ผิดหวังล้วงไข่ได้ "เลขเด็ด" ไปเสี่ยงโชคบรรยากาศวันหยุดก่อนหวยออก ที่ศาลาการเปรียญวัดสว่างอารมณ์ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมบริเวณสถานที่ตั้ง หุ่นปั้นเจ้าสัวยี่กอฮง คึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากมีรถทัวร์ไหว้ 9 วัด 4 คัน นำสาธุชนทั้งชาวจีนเชื้อสายไทยและชาวไทย เดินทางมาขอพรกราบไหว้ขอโชคขอลาภ หุ่นปั้นเจ้าสัวยี่กอฮง เทพเจ้าแห่งโชคลาภกันอย่างเนืองแน่นจากการสอบถาม นายสุรีย์ สุขสมพีช อายุ 58 ปี ที่ร่วมเดินทางมากับคณะทัวร์ ได้เปิดเผยว่าได้พาครอบครัวเดินทางมากับคณะทัวร์ เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัดเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะวัดสว่างอารมณ์ ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่มากมาย 1 ในจำนวนนี้ที่ต้องการมากราบไหว้มากที่สุดคือเจ้าสัวยี่กอฮง เพื่อมาขอโชคลาภตามที่คนจีนเล่าลือว่ามีคนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่มากมาย เลยอยากได้โชครางวัลใหญ่เหมือนกับคนอื่นบ้างรวมทั้งได้นำเครื่องเช่นไหว้นำติดมือมาด้วย ทั้งบุหรี่,ยาเส้น,กาแฟดำ, ดอกไม้,ธูปเทียน เพื่อมากราบไหว้หลังเสร็จสิ้นได้ล้วงไขในไห ได้ลูกไข่จำนวน 3 ลูก เป็นเลข 3 2 8 หากถูกก็จะเดินทางกลับมาทำบุญถวายของที่วัดสว่างอารมณ์อย่างแน่นอนส่วนรายอื่น ๆ มีการเขย่าเซียมซี ได้เลข 122 และเลข 513 จากนั้นก็นำไปซื้อลอตเตอรี่กันตามแผง ทำให้แผงลอตเตอรี่ขายดิบขายดี ก่อนคณะทัวร์จะเดินทางต่อไปยังวัดอื่น ๆ ต่อไป

 

"เลขเด็ด" พิธีบวงสรวง "เจ้าพ่อหลักเมือง" หลังให้โชคคอหวยทุกปื

สรวงประจำ "ตำหนักแม่หมอพลังเทพ" ชาวบ้านฮือฮารอส่องเลขหางประทัด ได้โชคทุกปีที่มาร่วมงานบริเวณที่ "ตำหนักแม่หมอพลังเทพ" เลขที่ 13 ม.1 ต.ทุ่งทราย อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร ได้มีการจัดพิธีบวงสรวง "เจ้าพ่อหลักเมือง" ประจำปี 2563 ซึ่งมีประชาชนผู้ศรัทธในพื้นที่และร่างทรงจำนวนมากมาร่วมประกอบพิธีในครั้งนี้ โดยเจ้าของงานคือ "นางชุติมา อำภวัน อายุ 59 ปี เจ้าตำหนักแม่หมอพลังเทพ (ร่างทรงเจ้าพ่อหลักเมือง) โดยทุกปีจะมีการจัดงานบวงสรวงดังกล่าวขึ้น มีผู้คนนับพันเดินทางมาร่วมงานในทุก ๆ ปี

รวมทั้งที่ฮือฮาคือเลขหางประทัดที่ใช้ในการจุดถวายเจ้าพ่อหลักเมืองในพิธี เป็นที่รู้กันกับชาวบ้านในละแวกและลูกศิษย์ว่าเลขเสี่ยงทายหางประทัดดังกล่าวจะให้โชคในการเสี่ยงทุกปี ทำให้มีการเฝ้ารอในช่วงท้ายของพิธีบวงสรวงเพื่อจะได้นำเลขไปเสี่ยงโชคในงวดนี้บรรยากาศพิธีการบวงสรวงนั้น ได้มีการถวายเครื่องสังเวยแก่เจ้าพ่อหลักเมือง พร้อมกล่าวเชิญเทพเทวดาลงมาประทับ"ร่างทรง"ใครมีญาณบารมีเทพเทวดาองค์ไหนก็จะมีอาการเหมือนมีบางอย่างเข้าสิงร่าง แสดงท่าทางต่างๆ บางคนก็ร่ายรำในท่ทางแปลกๆ แลบลิ้นปลิ้นตามีการกดร้องในลักษณะต่างๆ ทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ต้องจอดรถดูกันมากมายช่วงท้ายของพิธีการสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงได้มีการจุดประทัดถวายแก่ "เจ้าพ่อหลักเมือง" จำนวน 10,000 นัด หลังจุดเสร็จ ร่งทรงเจ้าพ่อหลักเมืองก็ได้นำเลขทางประทัดขึ้นมาชูให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ส่อง และถ่ายรูปนำไปเสี่ยงโชคกันอีกด้วย โดยตัวเลขนั้นคือ 418,90 ต่างก็เชื่อว่าจะได้โชคในงวดนี้กันแน่นอน

 

มาแล้ว"เลขเด็ด"ลุ้นรวยยอดเงินปากนาคเกาะคำชะโนด

คอหวยแห่ขอโชค โค้งสุดท้ายที่วัดศิริพร พร้อมส่อง"เลขเด็ด" เลขนำโชค ยอดเงินปากนาค "เกาะคำชะโนด" หลังบังเอิญไปตรงกับเลขฝาโลงศพตลกชื่อดังที่เสียชีวิตบรรยากาศวันหวยออกที่ วัดป่าสว่างธรรม บ้านดอนกลอย ต,คอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี หรือชาวบ้านเรียกติดปากว่า วัดศิริพร หรือ วัดพี่นางศิริพร อำไพพงษ์นักร้องชื่อดังเป็นผู้ที่มีโชคลาภบ่อยครั้ง เป็นวัดที่สร้างอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่สวยงามมาก ซึ่งพี่นางศิริพร ก็มีความเชื่อศรัทธาต่อองค์พญานาคราชพ่อปูศรีสุทโธ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ขอพรขอโชคลาภกัน หลังจากนักท่องเที่ยวกราบไหว้เสร็จแล้ว ที่ขาดไม่ได้นั่นคือต้องแวะที่แผงขายลอตเตอรี่ข้างประตูทางเข้าส่วนมากคอทวยจะมาถามซื้อแต่เลขดัง คือ 570 และ 59 ซึ่งแม่ค้าบอกว่าเกลี้ยงแผงนานแล้ว คอหวยบางคนเอาหมดที่มีเลขท้าย 70 ส่วนพี่นางนั้นแม่ค้าลอตเตอรีบอกว่าไม่มีตัวเลขในใจแกชอบตัวไหนซื้อหมดซื้อเยอะมากถึงถูก ส่วนคอหวยที่ตามยอดเงินปากนาค ที่เกาะคำชะโนด.บ้านดุง จ.อุดรธานี นั้นยอดเงินปากนาคที่กรรมการนับได้ในช่วงเย็นวันที่ 30 ที่ผ่านมาคือ 39,080 บาท ถือว่าเป็นยอดที่ตัวเลขสวยมากแต่บังเอิญไปตรงกับเลขฝาโลงศพคือ 08 ของตลกชื่อดังที่เสียชีวิตคือ โรเบิร์ต สายควันทำเอาคอหวยมั่นใจเชื่อว่า 080 ยอดเงินปากนาคพ่อปูศรีสุทโธ และแม่ยศรีปทุมมา จะมาให้โชคในวันออกพรรษาเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลห้ามกันไม่ได้

 

เรื่องเหลือเชื่อ! เลขเด็ด "หลวงพ่อโต" วัดระฆังโฆสิตารามฯ

"บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า" คำสอนของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรทุมร์สี) หรือ "สมเด็จโต" หรือ "หลวงพ่อโต" หรือ "สมเด็จวัดระฆัง" พระเกจิอจารย์สุดเลื่องชื่อตั้งแต่สมัยอยุธยาจนมาถึงยุคปัจจุบันวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในแขวงย่านศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิควรมหาวิหารอยู่ในเขตการปกครองคณะสงฆ์มหานิกายภาค 1 วัดโบราณสมัยอยุธยาวัดระฆังฯ แห่งนี้ เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยาเดิมซื่อวัดบางว้าใหญ่ หรือ "บางหว้าใหญ่" ในสมัยธนบุรีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสร้างพระราชวังใกล้วัดบางว้าใหญ่โปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัตนโกสินทร์ขุดพบระฆัง ที่มาของชื่อวัดต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วัดบางว้าใหญ่อยู่ในพระอุปถัมก็ของเจ้านายวังหลัง คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี (สา) พระเชษฐภคินีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเป็นพระชนนี่ของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ทรงมีตำหนักที่ประทับอยู่ติดกับวัด ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัด ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระ-พุทธยอดฟ้าจุฬโลกมหาราช และได้ขุดพบระฆัง 1 ลูก ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยทรงสร้างระฆังชดเชยให้วัดบางว้าใหญ่ 5 ลูกมีชื่อใหม่แต่คนไม่นิยม

จากนั้นได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดระฆังโฆสิตาราม" นอกจากเป็นเพราะชุดพบระฆังที่วัดนี้ และเพื่อฟื้นฟูแบบแผนครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่มีวัดชื่อวัดระฆังเช่นกันรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ "วัดระฆังโฆสิตาราม" เป็น "วัดราชคัณฑิยาราม" (คัณฑิแปลว่าระฆัง) แต่ไม่มีคนนิยมเรียกชื่อนี้ ยังคงเรียกว่าวัดระฆังต่อมาหอพระไตรปิฎก สมัยรัชกาลที่ 1 วัดระฆังโฆสิตาราม มีหอพระไตรปิฎกเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก เคยเป็นพระตำหนักและหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงรับราชการในสมัยธนบุรี และโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาถวายวัด เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว มีพระราชะสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้สวยงาม เพื่อเป็นหอพระไตรปิฎก โดดเด่นความสมถะ คาถาอาคมและเมตตามหานิยม "สมเด็จโต" เป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยา. วัตรเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไป ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้วท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยมโดยเฉพาะวัตถุมงคล "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทรชาได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคีหรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย เกิดสมัยรัชกาลที่ 1 ทีอยุธยาหลวงพ่อโต เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬโลกมหาราช หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2331 ณ บ้านไก่จัน (บ้านกหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อายุ 12 ปี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อถึงวัยพอสมควรแล้วได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ. 2343 ต่อมาปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬโลกโปรดและเมตตาสามเณรโตเป็นอย่างยิ่งครั้นอายุครบอุปสมบทปี พศ. 2350 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง อุปสมบท ณ วัดพระแก้ว มีฉายนามในพุทธศาสนาว่า "พรหมรสี" เนื่องจากเป็นนาคหลวงจึงเรียกว่า "พระมหาโต" มานับแต่นั้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯให้รับพระมหาโตไว้ในพระบรมราชูปถัมภนิสัยใจคอ "หลวงพ่อโต" ท่านมีอุปนิสัยทำสิ่งใดตามความพอใจของตน ไม่ถือเอาความนิยมขอผู้อื่นเป็นหลัก และไม่ปรารถนายศศักดิ์หรือลาภสักการะใด ๆ แม้ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน ก็ไม่ยอมเข้าสอบเปรียญธรรม ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงตั้งท่านเป็นพระราชาคณะ แต่ท่านไม่ยอมรับ จึงได้คงเป็นพระมหาโตมาตลอดรัชกาลสร้างพระใหญ่วัดสะตือ วัดไชโย พระมหาโตได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ และได้สร้างปูชนียสถานในที่ต่าง ๆ กัน เช่น สร้างพระพุทธไสยาศน์ไว้ที่วัดสะตือ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อโต วัดไชโย จังหวัดอ่างทองเป็นตันซึ่งปูชนียสถานทุกแห่งที่ท่านสร้างจะมีขนาดใหญ่โตสมกับชื่อของท่านอยู่เสมอ ล้วนแต่ต้องใช้ทุนทรัพย์และแรงงานจำนวนมากในการก่อสร้างจึงจะทำได้สำเร็จ มรณภาพอายุ 84 ปี ราวปี พ.ศ. 2410 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้มาเป็นประธานก่อสร้างปูชนียวัตถุครั้งสุดท้ายที่สำคัญของท่าน คือ พระพุทธรูปหลวงพ่อโต (พระศรีอริยเมตไตรย) ที่วัดอินทรวิหาร ที่ในสมัยนั้นเรียกว่า วัดบางขุนพรหมในทว่าการก่อสร้างยังไม่ทันสำเร็จ ขณะนั้นก่อองค์พระได้ถึงเพียงระดับพระนาภี (สะคือ) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ได้มรณภาพบนศาลาเก่วัดบางขุนพรหมใน ณ วันเสาร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปืวอก ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริรวมอายุได้ 84 ปี อยู่ในสมณเพศ 64พรรษา เป็นเจ้าอาวาสครองวัดระฆังโฆสิตารามได้ 20 ปี เลขเด็ด เลขนำโชค ก็จะเยอะใหญ่ๆกราบไหว้ขอพร ขอ "เลขเด็ด" เลขนำโชค เล่ามาขนาดนี้แล้วไปดูเลขเด็ด เลขนำโชค ของวัดแห่งนี้กันไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องสะดุดกับป้ายนี้อยู่แล้ว พ.ศ.ชัดเจน2507 ชอบมากๆ กลับด้วยจ้า 705-750-057-075-507-570 แล้วก็ 05-50-07-70-57-75 เซียมซีพระศรีอริยเมตไตรยพระศรีอริยเมตไตรย ท่าน คือความเมตตา จึงขอโชคลาภกับท่าน เซียมชีตกลงมาสวยงาม 172 ไปเรียงไปสลับกันให้ดี 127-217-271-712-721 และ 27-72-12-21-27-72 วันนี้ได้รับผลบุญอิ่มเอมใจที่สุด กราบไหว้พระเสร็จไปปล่อยปลา ทำทานกัน เคล็ดลับความเฮง และความโชคดีอีกอย่างคือ "การทำทาน" ใครยังไม่ได้รีบทำรบกวนทำกันเช้านี้ด่วนๆ แต่ขอให้ตั้งใจจริงนะ รับรองร่ำรวยโชคลาภแน่นอน

 

อุดรายกระทับพ่องเที่ยวสู่เมืองหลักชูแหล่งธรรมชาติศาสนาและวิถีชีวิต

"กรมหลวงประจักษ์สร้างเมือง ลือเลื่องแหล่งธรรมะอารยธรรมหพันธานี ผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง แรงศรัทธศรีสุทโธปกุมมา คำชะโนด" นี่คือคำขวัญของจังหวัดอุดรธานี อุดรธานี...ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันก่อน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานีได้เชิญคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมพาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดโดยจุดแรกที่ วัดศิริสุทโธ คำชะโนด อ.บ้านดุง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคและเป็นทางเชื่อมต่อเมืองบาดาล ปกครองรักษาโดย พญานาคราชศรีสุทโธ และ องค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวีจุดที่สองเยี่ยมชม บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ส่วนจุดที่สามชมตันมะเดือยักษ์ อายุกว่า 100 ปี จุดที่สี่ดูการทำ บ่อเกลือบ้านดุง เป็นบ่อ เกลือสินเธาว์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า3,000 ไร่ ทำ สปาเกลือ เพิ่มความสุขในการดูแลผิว จุดที่ห้า ชมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนธรรมชาติ ล่องแพน้ำพานที่เที่ยวคลายร้อนสุดฟินของอีสานเหนือ ภายในเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ชมทัศนียภาพของป้และชุมชนที่สวยงาม ควรค่าแก่การมาเช็กอินจากนั้นเดินทางสู่ "งานปทุมมาเบ่งบาน" เที่ยวหัวยสำราญสุขใจ ณ วิสาหกิชุมชนแปลงใหญ่ ไม้ดอกไม้-ประดับ บ้านห้วยสำราญ-หัวยเจริญ ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ชมแปลงดอกปทุมมา 13 สายพันธุ์เบงบานรับหน้าฝน โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมได้ไปจนถึงสิ้นเดือน ต.ค.63 เสร็จแล้วเดินทางสู่ อหนองวัวซอ เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนเชิงศาสนา วัดภูตะเภาทอง จุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ "พญานาคราชสีทอง" และ "รอยฝ่ามือแดง"และไหว้พระใหญ่ วัดเขาช่องชาด ทัศนียภาพงดงามชมวิวสามเมือง อุดรฯ ขอนแก่น และหนองบัวลำภู ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น!

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพัฒนาเมืองมาตลอด เพื่อทำให้อุดรฯ เป็นเมืองสะอาดที่สุดในประเทศไทย แล้วเติมสีสันความสวยงามให้กับเมือง เพื่อเชื่อมต่อกับมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น จุดท่องเที่ยวสำคัญซึ่งเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวคือ"ดำชะโนด" แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 3.6 ล้านคน ส่วน "ทะเลบัวแดง" ปีหนึ่งก็หลายแสน นอกจากนี้ยังมี วัดป้าภูก้อน และวัดป้าต่าง ๆ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปจำนวนมากเช่นกันภายในอ่างเก็บน้ำพานมีทั้งร้านอาหารและเรือพายที่ชาวบ้านนำมาบริการรับส่งนักท่องเที่ยว กำลังกลายเป็นที่นิยมของผู้คนพาครอบครัวเดินทางไปพักผ่อน."เราต้องทำให้ทุกที่สะอาด สวยงาม มีสีสัน ทั้งเรือนดอกไม้ และการทาสีอาคารของเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เป็นจุดดึงดูดผู้คน ตรงนี้เราเร่งทำกันภายในเวลา 6 เดือนสร้างความสนใจให้กับผู้คนที่เคยมาและผู้ที่เห็นตามโฆษณา ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ทุกคนเห็นแล้วอยากมาเที่ยวเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มีการกระจายรายได้ขึ้นในพื้นที่"มีการพัฒนาเมือง ทั้งเรื่องการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวต่าง ๆ อุดรฯ เป็นศูนย์กลางของการติดต่อสื่อสารในภูมิภาคอีสาน 20 จังหวัด และจีเอ็มเอส คือ ลาว, เวียดนามและจีนตอนใต้ ตรงนี้มันสะดวกในเรื่องของการมาลงทุน มีการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรม ที่มีอยู่ไว้เป็นฐานของการสร้างงานให้กับคนอุดรฯ รวมทั้งยกระดับเมืองอุดรฯ จากเมืองท่องเที่ยวซึ่งแต่เดิมเคยเป็นแค่ "เมืองรอง" แต่ปัจจุบันได้อัปเกรดตัวเองขึ้นมาเป็น "เมืองหลัก" ยกระดับการให้บริการการท่องเที่ยวในทุก ๆ มิติ และยังเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ เมืองของการประชุมปี่นี้ราทำได้แล้วและน่จะได้รับการประกาศออกไปในเร็วๆ นี้ ชาวบ้านใน อ.บ้านดุง ยังคงยึดอาชีพทำบ่อเกลือสินเธาว์ซึ่งในปัจจุบันมีการต่อยอดทำสปาเกลือกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกัน นายนิรัตน์ ยังกล่วอีกว่า ต้องยอมรับว่าอุดรฯเป็นเมืองที่มีความร่วมมือสูงมาก ๆ หลายๆ อย่างที่ทำสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ เราไเน้นการใช้ระบบ "ฮีโร่" แต่เราเน้น

เรื่องการสร้าง "ทีม" อันนี้สำคัญมาก ทำได้ทุกพื้นที่ไม่ต้องมีงบประมาณ นี่คือเสน่ห์ของอุดรธานี "ผมว่านี่คือเสน่ห์ของอีสานทั้งภาค ผู้คนเขาน่ารักถ้าพูดให้เข้าใจว่าอะไรคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนประโยชน์ของคนในแผ่นดินคนอีสานจะออกมามีส่วนร่วมจำนวนมาก และปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคมนาคม การมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา รวมไปถึงผู้คนที่ยิ้มแย้มอุดรธานี มีครบทั้งหมด"ขอยืนยันว่าเราพร้อมแล้วสำหรับการเป็นเมืองไมซ์และก้าวสู่การเป็นเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว