5 เรื่องน่ารู้ รางวัลแห่งเกียรติยศ “บัลลงดอร์”

5 เรื่องน่ารู้
รางวัลแห่งเกียรติยศ “บัลลงดอร์”
           เป็นไปตามความคาดหมาย สำหรับการประกาศรางวัลฟุตบอลทองคำ หรือ “บัลลงดอร์” ของนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ประจำปี 2017  คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส และสโมสร “ราชันชุดขาว” ราชันชุดขาว คว้ารางวัลนี้ไปนอนกอดเป็นสมัยที่ 5 ทำ Stats เทียบเท่าคู่ปรับแห่งยุค ลิโอเนล เมสซี่ ที่เข้าป้ายรอบนี้มาเป็นอันดับ 2  โดยผลงานของ “CR7” ในปี 2017 คือการพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา และ  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของถ้วยบิ๊กเอียร์อีกด้วย  ดูบอล Online 
                “บัลลงดอร์” คือรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุด ที่นักฟุตบอลทุกคนใฝ่ฝัน มีการมอบรางวัลนี้มาตั้งแต่ปี 1956 โดยตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผานมา รางวัลนี้ได้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์แห่งโลกฟุตบอลตลอดมา วันนี้เรามี 5 เรื่องน่ารู้ของรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาฝากกัน ไปติดตามรายละเอียดกันเลย
สโมสรที่มีแข้งซิวบัลลงดอร์เยอะที่สุด ?   คำตอบคือ บาร์ซ่า ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลสเปน จากการบันทึก Stats  มีนักเตะได้รางวัลนี้เยอะที่สุดถึง 11 ครั้ง เริ่มต้นจากยุค 60 ปี 1964 หลุยส์ ซัวเรซ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ต่อด้วย โยฮัน ครัฟฟ์ 2 สมัย ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และยุคทุกวันนี้คือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กวาดไปแล้วคนเดียว 5 สมัย
แข้งบัลลงดอร์จากนอกยุโรปคนแรก ?    มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การคัดเลือกรางวัลนี้ในปี 1995 โดยระบุให้ผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นชาวยุโรปมีสิทธิ์รับรางวัลนี้เช่นกัน ซึ่งในปีแรกนั่นเอง จอร์จ เวอาห์ กองหน้าทีมชาติไลบีเรียเป็นคนแรกที่ซิวรางวัลนี้ไปครอง จากผลงานอันโดดเด่น และประสบความสำเร็จกับ 2 สโมสรคือ ปารีสฯ และ เอซี มิลาน ต่อไปเป็นตันมา ก็มีแข้งดังจากนอกยุโรปได้รางวัลนี้มากมาย ซึ่งมาจากอเมริกาใต้ทั้งหมด ได้แก่ โรนัลโด้, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่, กาก้า และ ลิโอเนล เมสซี่ หนึ่งเดียวจากอาร์เจนติน่า
ประเทศที่มีแข้งบัลลงดอร์เยอะที่สุด ? ชาติที่มีแข้งซิวบัลลงดอร์เยอะที่สุดคือ ฮอลแลนด์ กับ เยอรมัน  Stats เท่ากันคือชาติละ 7 สมัย โดย ฮอลแลนด์ มี โยฮัน ครัฟฟ์ กับ มาร์โก แวน บาสเท่น ได้คนละ 3 สมัย และอีก 1 สมัยเป็นของ รุด กุลลิท ขณะที่ เยอรมัน ที่ได้ 7 สมัยเช่นกันนั้น มีรายชื่อเจ้าของรางวัลคือ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ กับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ คนละ 2 สมัย ที่เหลือเป็นของ แกร์ด มุลเลอร์, โลธ่าร์ มัทเธอุส และ มัทเธียส ซามเมอร์
ผู้เล่นเกมรับที่ได้บัลลงดอร์ ?       ตลอดระยะเวลาร่วม 60 ปีที่ผ่านมา รางวัลนี้ส่วนมากตกเป็นของผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุก มีผู้รักษาประตูรายเดียวที่เคยได้รางวัลนี้นั่นคือ เลฟ ยาชิน ตำนานนายด่านของสหภาพโซเวียต เป็นเจ้าของรางวัลนี้เมื่อปี 1963 ส่วนผู้เล่นแนวรับ หรือตำแหน่งกองหลังที่ได้รางวัลนี้มีแค่ 3 คนเท่านั้นคือ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ (1972, 1976) มัทเธียส ซามเมอร์ (1996) และคนสุดท้ายคือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ (2006)  ดูบอล Online 
แข้งสโมสรเดียวซิวบัลลงดอร์ 3 อันดับ ?     ตั้งแต่มีการแจกรางวัลนี้ครั้งแรกในปี 1956 เรื่อยมาจนปัจจบัน ประวัติศาสตร์ของ “บัลลงดอร์” บันทึก Stats ไว้ว่ามีเพียง 2 สโมสรที่นักเตะในสังกัดเข้าป้ายคว้าบัลลงดอร์ได้ครบทั้ง 3 อันดับ นั่นคือ เอซี มิลาน และ บาร์ซ่า แบ่งได้เป็น 3 ครั้งดังนี้ 
    1988 – เอซี มิลาน เจ้าของรางวัลคือ มารโก แวน บาสเท่น อันดับ 2 และ 3 คือเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมชาติ ได้แก่ รุด กุลลิท และ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ตามลำดับ 
   1989 – เอซี มิลาน มาร์โก แวน บาสเท่น ซิวรางวัลนี้ 2 สมัยซ้อน โดยมีเพื่อนร่วมทีมเข้าป้ายตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ ฟรังโก้ บาเรซี่ และ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ตามลำดับ
   2010 – บาร์ซ่า เจ้าของรางวัลคือ ลิโอเนล เมสซี่ อันดับ 2 และ 3 คือเพื่อนร่วมสังกัดได้แก่ อันเดรส อิเนสต้า และ ชาบี้ เอร์นานเดซ ตามลำดับ
1. ขยันทุ่มเทเกินร้อย       อเล็กซิส ทำหน้าที่ได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ ขยันทุ่มเททุกจังหวะของเกม เมื่อบอลอยู่ในการครอบครองของเขา สามารถสร้างความได้เปรียบให้ทีมได้เสมอ เมื่อไม่มีบอล จะไล่เพรสซิ่งตั้งแต่แดนบนลงมายันแนวรับ ความมุ่งมั่นเกินร้อยคือภาพที่เราเห็นจนชินตา สังเกตได้จากช่วงเวลาทีมดเสียเปรียบ หรือกำลังจะแพ้ หรือเป็นจังหวะการเล่นที่ไม่ได้ดั่งใจ ตัวเขาจะมีอาการหงุดหงิดและไม่พอใจแบบโอเวอร์แอคติ้ง ลักษณะใกล้เคียงกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถือได้ว่า แพชชั่นหรือว่าอินเนอร์ในเกมจะสูงมากๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการกระตุ้นสปิริตนักสู้ของเพื่อนร่วมทีมให้ฮึกเหิมขึ้นมาได้
2. เล่นเกมรุกได้ทุกตำแหน่ง    ตั้งแต่เริ่มสร้างวชื่อกับ อูดิเนเซ่ ต่อมาที่ เจ้าบุญทุ่ม และทุกวันนี้กับ ไอ้ปืนใหญ่ อเล็กซิส เล่นได้สารพัดตำแหน่งในแนวรุก ปีกซ้าย ปีกขวา เพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง ศูนย์หน้าตัวเป้าแบบอยู่ค้ำคนเดียว หรือจะเป็นหน้าต่ำคอยเชื่อมเกมก็ทำได้ดี แอสซิสต์เยี่ยม อ่านเกมขาด กระหน่ำทำประตูได้เฉียบขาด เปิดบอลจากริมเส้นได้แม่นยำ ถือว่าทำได้ดีทุกพื้นที่ของเกมรุกเลยทีเดียว   
3. ช่วยเกมรับได้ดีกว่าตัวรุกรายอื่น   อเล็กซิส ต่างจากตัวรุกรายอื่นในเรื่องเกมรับ  โดยเฉพาะความบู๊ ขยันดุดัน ทุ่มเท ตัวเขาจะลงมาล้วงต่ำในแนวรับของทีมตัวเอง และพาบอลสวนกลับทำเกมรุกใส่คู่แข่ง นับเป็นการใช้แรงเยอะกว่าปกติ ซึ่ง “ชายเล็ก” ทำให้เห็นเสมอ และมักทำได้ดี เป็นการแบ่งเบาภาระในเกมรับจากผู้เล่นเกมรุกได้อย่างสุดยอด  
4. แข้งตัวรุกที่ครบเครื่อง
     ตั้งแต่ย้ายมาค้าแข่งใน Premier League เมื่อปี 2014 เรื่อยมาจนทุกวันนี้ “ชายเล็ก” คือหัวใจสำคัญในเกมรุกของ “ปืนใหญ่” ไอ้ปืนใหญ่ อย่างแท้จริง ผลงานแอสซิสต์ และยิงประตูให้ทีมติดอันดับท็อปของลีกแทบทุกฤดูกาล ความเด็ดขาดในการจบสกอร์ทำได้ทุกรูปแบบ ทั้งฟรีคิก จุดโทษ หรือจะเป็นลูกโหม่งก็ทำได้ดี แม้รูปร่างจะเล็กก็ตาม เรื่องเทคนิควิธีส่วนตัวที่แพรวพราวก็ทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งหมดคือความสมบูรณ์ของผู้เล่นตัวรุก โดยสรีระไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย 
5. เปลี่ยนเกมได้เสมอเมื่อทีมลำบาก    แข้งทีมชาติชิลีรายนี้มักเป็นทีเด็ดเปลี่ยนเกมให้ทีมได้บ่อยครั้ง ทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรอง การมี อเล็กซิส อยู่ในสนามนั้น สามารถเป็นตัวชี้ขาดเกมได้เลย โดยเฉพาะในยามที่ทีมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กดดันและยากลำบาก นักเตะร่างเล็กรายนี้จะช่วยแก้วิกฤตให้ทีมได้แทบตลอด โดยเฉพาะเกมรุกที่อาจเจาะเกมรับคู่แข่งไม่เข้า “ชายเล็ก” มักจะสร้างความไม่เหมือนกันให้ทีมได้เสมอ นำไปสู่ปลายทางคือผลการแข่งขันที่ดี เข้าทำนอง “คิดอะไรไม่ออก บอกอเล็กซิส” คุณสมบัติตัวเปลี่ยนเกมนี้คืออีกจุดขายสำคัญของนักเตะรายนี้ที่หลายสโมสรต้องการ  ดูบอล Online 

ufa1688  

ประวัติ ดานิเอเล่ รูกานี่

ประวัติ ดานิเอเล่ รูกานี่

ชื่อเต็ม : ดานิเอเล่ รูกานี่
วันเดือนปีเกิด : 29 July 1994 (อายุ 26)
สถานที่เกิด : ลุคก้า, อิตาลี
ส่วนสูง : 190 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก

     ดานิเอเล่ รูกานี่ เป็นนักฟุตบอลชาวอิตาลีที่เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับสโมสรยูเวนตุสในศึกกัลโช่ เซเรีย อาและทีมชาติอิตาลี

     รูกานี่เริ่มต้นเล่นอาชีพกับเอ็มโปลีในศึกเซเรียบีเมื่อปี 2013 ซึ่งเขาช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในเซเรียอาได้ทันทีและถูกเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรียบี เกมรับของเขาในฤดูกาลถัดมาทำให้เขาถูกเลือกเป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมเซเรียอาปี 2015 ทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นกับยูเวนตุสที่ซึ่งเขาคว้าแชมป์เซเรียอาได้ถึง 5 สมัย โคปปา อิตาเลีย 2 ครั้งและซูเปอร์โคปปา อิตาเลียอีก 2 ครั้ง ในระดับทีมชาติเขาติดทีมชาติอิตาลียู 21 ไปเล่นศึกยูโรในปี 2015 และ 2017 และได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2016

     นับตั้งแต่เล่นทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2008 เขาติดทีมชาติไปมากกว่า 90 ครั้งและยิงได้ 30 ประตู เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนปี 2012 คากาวะได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปเอเชีย

เกียรติประวัติ

เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก
– แชมป์ลีกออสเตรียบุนเดสลีก้า : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019–20
– แชมป์ออสเตรีย คัพ : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2018–19

หงส์แดง
– พรีเมียร์ลีก : 2019–20

ทีมชาติ
ญี่ปุ่น U-23
– บอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี : 2016

ญี่ปุ่นชุดใหญ่
– เอเชียนคัพ รองชนะเลิศ : 2019

เกียรติประวัติส่วนตัว
– ดาวซัลโว AFC U-16 Championship : 2010

          เบน ชิลเวลล์ เป็นนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายของ สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชื่อดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังเป็นผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

          ชิลเวลล์ เกิดที่ มิลตัน คีนส์ มณฑลบักกิงแฮมเชอร์ เขาเป็นลูกหม้อของอคาเดมี่ เลสเตอร์ ซิตี้ และโชว์ฝีเท้าโดดเด่นเกินอายุจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำศูนย์ฝึกซ้อมเยาชนของ เลสเตอร์ ในฤดู 2014/15

          ในยุคของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี ชิลเวลล์ ได้ถูกโปรโมตรขึ้นชุดใหญ่เจ้าตัวได้โชว์ฝีเท้าให้กับทัพ "สุนัขจิ้งจอก" ในช่วงทัวร์ปรีซีซั่น และได้รับเสื้อหมายเลข 30 ในทีม ก่อนเปิดศึกฤดู 2015/16 หลังจากนั้นเจ้าตัวเดบิวต์เกมแรกในฐานะนักเตะอาชีพ ในแมตช์แข่งขันวันที่ 27 ตุลาคม 2015 ในศึก ลีก คัพ โดยเจอกับ ฮัลล์ ซิตี้ เจ้าตัวเล่นเต็มเกมแต่ไม่สามารถช่วยทีมได้ เลสเตอร์ พ่าย ดวลจุดโทษ 5-4 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1   

          วันที่ 19 พฤศจิกายน 2015 การผจญภัยบทใหม่ของ ชิลเวลล์ ในวัย 18 ปี เริ่มขึ้นเมื่อเขาถูกสโมสรปล่อยแบบยืมตัวไปร่วมทีม ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์ ในศึกแชมเปี้ยน ชิพ จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2016 เขาเปิดตัวเกมแรกให้กับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านพ่าย มิดเดิ้ลสโบรช์ 0-2

          หลังจากนั้นเส้นทางอาชีพของเขาก้าวขึ้นมาอีกระดับ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2016 ชิลเวลล์ เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปจนถึง ปี 2021 จากนั้นเขาเปิดตัวเกมแรกในพรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์ ในวันที่ 26 ธันาวาคม 2016 ในเกมที่ "จิ้งจอก" เปิดบ้านพ่าย เอฟเวอร์ตัน 0-2 เขาได้รับคำชื่นชมในเรื่องฟอร์มการเล่นเป็นอย่างมาก โดยในฤดู 2016/17 เจ้าตัวลงเล่นรวมทุกรายการไป 19 นัดซึ่งรวมทั้งการเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 นัดอีกด้วย และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 เขาก็ยิงประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพได้สำเร็จ ในเกมที่ เลสเตอร์ เปิดบ้านแพ้ สเปอร์ส 6-1

          ชิลเวลล์ นั้นโดนไล่ออกจากสนามนัดแรกในอาชีพนักเตะ ในวันที่ 13 มกราคม 2018 จากการโดนใบเหลืองที่ 2 ภายในเวลาเพียง 5 นาที ในเกมที่ เลสเตอร์ เสมอ เชลซี 0-
Chelsea news: Lampard gives verdict on new signings Chilwell and Silva |  Metro News

 วันที่ 26 สิงหาคม 2020 ชิลเวลล์ ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทีม เชลซี ในราคา 50 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญา 5 ปีด้วยกัน

เกียรติประวัติ
– คว้าชั้นที่ 3 รายการ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับทีมชาติอังกฤษ ในปี 2019

          6 มิถุนายน 2019 มีข่าวออกมาว่า "ปีศาจแดง" บรรลุสัญญาในการคว้าตัว ดาเนี่ยล เจมส์ เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่ในเย็นวันนั้นทาง แมนฯยู จะประกาศคว้าตัวเจมส์ อย่างเป็นทางการด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 618 ล้านบาท) ด้วยระยะเวลา 5 ปีพร้อมกับพ่วงอ็อปชั่นเสริมขยายสัญญาในอนาคต หลังจากพรีเมียร์ลีก กลับมาเปิดฉากซีซั่นใหม่ เจมส์ ได้โอกาสลงมาเป็นสำรองก่อนที่จะฉกฉวยโอกาสที่ได้รับทันทีด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามในเกมเอาชนะเชลซี 4-0 ก่อนที่หลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับความไว้วางใจจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มากขึ้นและเจมส์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะ 4 เกมแรกเจ้าตัวยิงไปได้ถึง 3 ประตูเลยทีเดียวจนมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในสิงหาคม แต่หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นก็ออกสมุทรแบบต่อเนื่องหลุดไปนั่งสำรองซะส่วนใหญ่ก่อนที่จะกลับมาพังประตูได้อีกรอบในเดือนมีนาคม ปี 2020 เลยทีเดียวและต้องรอลุ้นว่าซีซั่นใหม่ที่จะถึงนี้ ดาเนี่ยล เจมส์ คนเดิมจะกลับเข้าฝั่งได้ไหม
ufa1688

อลัน สมิธ

ufa1688  อลัน สมิธ เกิดที่ลีดส์ อังกฤษ เริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลในฐานะกองหน้ารูปหล่อ ด้วยการเข้าฝึกซ้อมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ และเขาก็ได้เล่นฟุตบอลมาเรื่อยๆ จนกระทั่งติดทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 16 ปี และด้วยการพัฒนาในทักษะและความสามารถของเขา ทำให้ ลีดส์ จับเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับตำแหน่งศูนย์หน้าในเดือนมีนาคม 1998

สมิธ สามารถทำประตูได้ในนัดแรกที่เขาลงเล่นให้กับทีมในนัดที่พบกับ ลิเวอร์พูล ในเดือนกันยายนปี 1998 และทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งศูนย์หน้าคู่กับ จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงค์ ช่วยกันถล่มประตูด้วยความกระหาย และเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ การเล่นที่ค่อนข้างรุนแรงและใจร้อนของเขาทำให้เขาถูกไล่ออกจากสนามในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2000/01 และนั่นก็ทำให้เขาต้องเรียนรู้ว่าควรจะใจเย็นมากขึ้น

หลังจากนั้นเขากลับมาลงเล่นให้กับทีมและสามารถทำ 11 ประตูให้กับ ลีดส์ ในฤดูกาล 2001/02 สมิธ ได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางมากขึ้นเนื่องจากทีมได้เซ็นสัญญากับกองหน้าตัวใหม่คือ ร็อบบี้ ฟาว์เลอร์ จาก ลิเวอร์พูล และนั่นก็ส่งผลต่อจำนวนประตูที่ลดลงของเขาในเวลาต่อมา สมิธ ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่นัดแรก พบกับ เม็กซิโก ที่ ไพรด์ พาร์ค ในเดือนพฤษภาคม 2001 และกลายเป็นตัวเลือกแรกของผู้จัดการทีม สเวน โกรัน อิริคส์สัน ในตำแหน่งศูนย์หน้าของอังกฤษในชุดลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2002 รอบคัดเลือก แต่เขากลับไม่มีชื่อติดทีมชาติเพื่อไปญี่ปุ่น และเมื่อทีมยูงทองตกชั้น ในปี 2004 สมิธก็ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของ ลีดส์ ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ แต่ผลงานก็ไม่ได้ดีเหมือนสมัยค้าแข้งกับขุนพลยูงทอง อีกทั้งโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯยูฯ จับไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกม ทำให้ผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ก่อนที่จะโดนขายไปให้ นิวคาสเซิ่ล ในปี 2007 ปัจจุบันยังเล่นให้กับนิวคาสเซิ่ลซึ่งสมิธก็ยังทำผลงานไม่ดีเช่นเคยจนมีข่าวว่านิวคาสเซิ่ลพยายามขายเขาทิ้งแต่หลังจากนิวคาสเซิ่ลตกชั้นสู่เดอะแชมเปี้ยนชิพในปี 2009 ทำให้ต้องขายนักเตะชื่อดังออกไป สมิธได้รับโอกาสให้ลงสนามพร้อมกับตำแหน่งรองกัปตันทีมเนื่องจากมีส่วนร่วมกับทีมมากขึ้น

ปัจจุบัน สมิธเล่นอยู่กับน็อตส์ เคาน์ตี้ ในลีก วัน อังกฤษและเป็นหนึ่งในทีมงานโค้ชของสโมสร

บ็อบบี ชาร์ลตัน

ufa1688 เซอร์ โรเบิร์ต "บ๊อบบี้" ชาร์ลตัน (เกิด 11 ตุลาคม ค.ศ. 1937) เป็นอดีตนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่รอดชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมมิวนิกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 พร้อมกับ เซอร์แมตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีม และทีมงานสตาฟฟ์อีกหลายชีวิต หลังจากนั้นอีก 8 ปีก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ใน ค.ศ. 1968 เขาสามารถคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพร่วมกับเพื่อนร่วมทีมแมนฯยูไนเต็ด ปัจจุบันท่านเซอร์ก็ได้เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

รางวัล
สโมสร
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ฟุตบอลลีกเฟิสต์ดิวิชัน (3): 1956–57, 1964–65, 1966–67
เอฟเอคัพ (1): 1962–63
เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ (4): 1956, 1957, 1965, 1967
ยูโรเปี้ยนคัพ (1): 1967–68
ทีมชาติ
ฟุตบอลโลก (1): 1966
บริติชโฮมแชมเปียนชิป (10): 1958, 1959, 1960, 1961, 1964, 1965, 1966, 1968, 1969, 1970
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1968 (เหรียญทองแดง)
รางวัลส่วนตัว
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ: 1965–66
ลุกฟุตบอลทองคำ: 1966
FIFA World Cup All-Star Team (2): 1966, 1970
นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป: 1966
PFA Merit Award: 1974
FWA Tribute Award: 1989
FIFA World Cup All-Time Team: 1994
Football League 100 Legends: 1998
English Football Hall of Fame: 2002
ฟีฟ่า 100: 2004
UEFA Golden Jubilee Poll: 2004
BBC Sports Personality of the Year Lifetime Achievement Award: 2008
ลอริอุสเวิลด์สปอตส์อะวอดส์ รางวัลบุคคลที่ทุ่มเทให้กับวงการกีฬาตลอดทั้งชีวิตแห่งปี : 2012

เจเรเมน เลนส์

ufa1688 เจเรเมน มาร์ซีอาโน เลนส์ (เกิดวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1987) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ผู้เล่นให้กับเบชิกทัชในตุรกี และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เขาถนัดในการเล่นเกมรุก โดยมักเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย

เลนส์เริ่มต้นอาชีพกับสโมสรอาเซ็ด โดยมีช่วงที่ถูกปล่อยยืมตัวให้กับเอ็นอีซี ต่อมาใน ค.ศ. 2010 เขาย้ายไปเปเอสเฟ ซึ่งเขาได้พาทีมชนะเลิศ KNVB Cup ในฤดูกาล 2011–12 และต่อมาใน ค.ศ. 2013 เขาเซ็นสัญญากับดือนามอกือยิว ซึ่งเขาได้พาทีมชนะเลิศยูเครเนียนคัพในฤดูกาลแรกที่เขาได้ลงเล่น และในฤดูกาลที่สอง เขาพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ และในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 เขาเซ็นสัญญากับซันเดอร์แลนด์

เลนส์ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2010 นัดที่พบกับยูเครน โดยเขาทำประตูได้ในนัดนั้น เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดที่จบอันดับที่สามในฟุตบอลโลก 2014

เกียรติประวัติ
สโมสร
อาเซ็ด

เอเรอดีวีซี: 2008–09
Johan Cruyff Shield: 2009
เปเอสเฟ

KNVB Cup: 2011–12
Johan Cruyff Shield: 2012
ดือนามอกือยิว

ยูเครนเนียนพรีเมียร์ลีก: 2014–15
ยูเครนเนียนคัพ: 2013–14, 2014–15
ทีมชาติ
เนเธอร์แลนด์

ฟุตบอลโลก อันดับที่สาม: 2014

ติโม แวร์เนอร์

ufa1688 ชื่อเต็ม : ติโม แวร์เนอร์
วันเกิด : 6 มีนาคม 1996
สถานที่เกิด : สตุ๊ตการ์ต, ประเทศเยอรมัน
สัญชาติ : เยอรมัน
ส่วนสูง : 181 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : ไลป์ซิก

ประวัติส่วนตัว

          ติโม แวร์เนอร์ (เกิด 6 มีนาคม 1996) นักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองหน้า อดีตเด็กปั้นอคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ต ซึ่งปัจจุบันลงเล่นให้กับสโมสร ไลป์ซิก และ ทีมชาติเยอรมัน

ประวัติการค้าแข้งกับสโมสร

สตุ๊ตการ์ต

          เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับสโมสร สตุ๊ตการ์ต เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2013 ในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก พบกับทีม โบเตฟ พลอฟดิฟ ด้วยวัยเพียง 17 ปี 4 เดือนกับอีก 25 วันเท่านั้น ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในแมตช์เป็นทางการให้กับทีมบุนเดสลีก้าอย่าง "ม้าขาว"

          แวร์เนอร์ ลงสนามในศึกบุนเดสลีก้าเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2013 พบกับ เลเวอร์คูเซ่น ต่อมาในวันที่ 22 กันยายน 2013 เขาสามารถเปิดสกอร์แรกบนลีกสูงสุดในเกมที่เผชิญหน้ากับทางด้าน ไอทรัคต์ แฟร้งค์เฟิร์ต หลังจากนั้นวันที่ 10 พฤศจิกายน เขามีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 ด้วยการซัดประตูช่วง 2-0 และ 3-1 นั่นทำให้เขากลายเป็นดาวเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีก้า ที่สามารถยิงสองประตูในเกมเดียวกันได้

          ตลอด 3 ปีกับสโมสร แวร์เนอร์ ซัดไปทั้งสิ้น 13 ประตูจาก 95 เกมลีกที่ลงสนาม ก่อนจะถูกทางด้านของ ไลป์ซิก ทีมน้องใหม่ไฟแรงคว้าตัวไปเสริมทัพก่อนลุยศึกบุนเดสลีก้าของฤดูกาล 2016-17

          เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2016 แวร์เนอร์ ตกลงเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปีกับทีม ไลป์ซิก โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านยูโร (ประมาณ 388 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติการย้ายตัวสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย

          เขาปิดฉากฤดูกาล 2016-17 ด้วยผลงานอันสุดยอด ซัดไปทั้งสิ้น 21 ประตูจาก 31 เกมลีกที่ลงเล่น และนั่นทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่เข้าจนได้

เส้นทางในระดับทีมชาติ

          แวร์เนอร์ เคยลงเล่นในนามทีมชาติลุยศึก ยูฟ่า ยูโร-ยู17 เมื่อปี 2012 แต่หลังจากนั้นในปี 2017 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ภายใต้การทำทีมของ โยอาคิม เลิฟ เพื่ออุ่นเครื่องกับ "สิงโตคำราม" และบู๊จัดหนักกับ อาเซอร์ไบจาน ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2018

          เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2017 แวร์เนอร์ สามารถซัด 2 ประตูในเกมที่พบกับ แคเมอรูน บนเวที คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมรางวัลรองเท้าทองคำจากผลงานซัด 3 ประตูและทำแอสซิสต์มากกว่าใครถึง 2 ครั้ง

เกียรติประวัติ

ทีมชาติ

เยอรมัน

– แชมป์ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ : 2017

ผลงานส่วนตัว

– เหรียญทอง ฟริตซ์ วอลเตอร์ ประเภท ยู-17 : 2013
– เหรียญเงิน ฟริตซ์ วอลเตอร์ ประเภท ยู-19 : 2015
– ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ โกลเด้น บู้ท : 2017

อันเดรย์ ครามาริช

ufa1688 อันเดรย์ ครามาริช (เกิดวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1991) เป็นนักฟุตบอลชาวโครเอเชียที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าหรือกองกลางตัวรุกให้กับ 1899 ฮ็อฟเฟินไฮม์ ในเยอรมนี และทีมชาติโครเอเชีย

ครามาริชเริ่มต้นอาชีพฟุตบอลของเขากับสโมสรบ้านเกิดอย่างดีนาโมซาเกร็บ และทำสถิติเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่ทำประตูให้กับสโมสรมากที่สุด หลังจากที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของดีนาโมซาเกร็บครั้งแรกในวัย 17 ปี แต่ใน ค.ศ. 2013 เขามีข้อพิพาทกับฝ่ายบริหารของสโมสร จึงได้ย้ายไปรีเยกา ซึ่งเขาทำ 37 ประตูจากการลงเล่นในลีก 42 นัด ก่อนที่จะย้ายไปเลสเตอร์ซิตีด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ เขาถูกปล่อยยืมตัวให้กับ1899 ฮ็อฟเฟินไฮม์ และย้ายไปที่นั่นแบบถาวร

ครามาริชลงเล่น 53 นัด และทำ 22 ประตูให้กับทีมชาติโครเอเชียชุดเยาวชน เขาได้ลงเล่น 4 นัดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 2010 ช่วยให้ทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ต่อมาเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 2014 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 และ ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งในรายการหลัง เขาช่วยให้โครเอเชียเข้ารอบชิงชนะเลิศ

เกียรติประวัติ
ดีนาโมซาเกร็บ

โครเอเชียนเฟิสต์ลีก: 2009–10, 2010–11
โครเอเชียนคัพ: 2010–11
โครเอเชียนซูเปอร์คัพ: 2013
รีเยกา

โครเอเชียนคัพ: 2013–14
โครเอเชียนซูเปอร์คัพ: 2014
โครเอเชีย

ฟุตบอลโลก รองชนะเลิศ: 2018
รางวัลส่วนตัว

ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Prva HNL: 2014
ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี ฟุตบอลออสการ์: 2013, 2014
Ivica Jobo Kurtini Award: 2014
ผู้ทำประตูสูงสุดในโครเอเชียนเฟิสต์ลีก: 2014–15
ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของฮ็อฟเฟินไฮม์: 2016–17

ทอม เคลเวอร์ลีย์

ufa1688 โทมัส วิลเลียม "ทอม" เคลเวอร์ลีย์ (อังกฤษ: Thomas William "Tom" Cleverley) เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1989 เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นให้กับวอตฟอร์ด ในตำแหน่งกองกลาง

ทอมเกิดที่เบซิงสโตก เมืองแฮมเชียร์ แต่ไปโตที่แบร็ดฟอร์ด และเขาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมเยาวชนของแบร็ดฟอร์ด จากนั้นเขาก็ได้ร่วมฝึกซ้อมกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 14 ปี และเซ็นสัญญาร่วมทีมเป็นทางการในปี 2005

ด้วยพรสวรรค์ด้านการเล่นฟุตบอลทำให้เขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และในฤดูกาล 2007-2008 เขาก็ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลีกสำรองร่วมกับ แซม ฮิวสัน และ ริชาร์ด เอ็กเคอร์สลี่ย์

จากนั้น เขาได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับทีมอื่นๆ อีกหลายทีมในสัญญายืมตัวไม่ว่าจะเป็นกับเลสเตอร์ซิตี ในช่วงปลายฤดูกาล 2008-2009 และทำประตูแรกให้ทีมจิ้งจอกได้ในเกมที่เอาชนะวอล์ซอลล์ ไปได้ 4 – 1 ในช่วงปิดฤดูกาลเขาก็กลับมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเกมอุ่นเครื่อง และเขาก็ทำประตูแรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้ในเกมที่พบกับบาเลนเซีย ในเดือนสิงหาคม 2009 จากนั้น เขาก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับวัตฟอร์ด ในฤดูกาล 2009-2010 และกลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทีม "แตนอาละวาด" ในปีนี้ด้วย จากนั้นช่วงปิดฤดูกาลเขาก็กลับมาร่วมทัวร์ปรีซีซั่นกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในการเดินทางไปแถบอเมริกาเหนือในเดือนกรกฎาคม 2010 แม้ว่าเขาจะมีฟอร์มการเล่นที่ดีเยี่ยม และมีโอกาสเล่นในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ในฤดูกาล 2010-2011 วีแกน ก็ให้ความสนใจเขา และติดต่อเซ็นสัญญายืมตัวเคลฟเวอร์ลี่ย์ ไปเล่นให้กับทีมตลอดทั้งฤดูกาล แม้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะยืนยันว่าเคลฟเวอร์ลี่ย์ คือนักเตะที่สำคัญของทีมในอนาคต แต่เขาก็เห็นว่าการปล่อยตัวให้วีแกน ยืมไปนั้นจะส่งผลดีต่อตัวนักเตะ และทำให้เขามีประสบการณ์มากขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น

สำหรับเกมกับทีมชาติ เคลฟเวอร์ลี่ย์ มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ตั้งแต่ปี 2008 ในชุดอายุไม่เกิน 19 ปี จากนั้น ก็มีชื่อติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คนอื่นๆ เช่น คริส สมอลลิ่ง และ ฟิล โจนส์ ในเดือนสิงหาคม 2011 เคลฟเวอร์ลี่ย์ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เพื่อลงเตะนัดกระชับมิตรกับฮอลแลนด์ จากการคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ แต่เกมนี้ต้องถูกยกเลิกไปหลังเกิดเหตุการณ์จลาจลในลอนดอน

จากการแขวนสตั๊ดของ พอล สโคลส์ ทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะที่จะมาทดแทนในแดนกลางของทีม และเซอร์ อเล็กซ์ ก็เชื่อมั่นในฝีเท้าของเคลฟเวอร์ลี่ย์ และให้โอกาสเขาได้ลงพิสูจน์ตัวเองในฤดูกาล 2011-2012 เขาได้ลงเล่นนัดแรกให้ทีมปีศาจแดงชุดใหญ่ในการพบกับแมนเชสเตอร์ซิตี ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และมีส่วนในการเปิดบอลให้ หลุยส์ นานี่ ทำประตูตีเสมอได้ในนัดนี้ และเขาก็ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก นัดแรกในการพบกับเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน จากนั้น เขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวทำเกมที่สำคัญของทีม และในเดือนตุลาคม 2011 สโมสรก็ได้ให้รางวัลเขาด้วยการต่อสัญญาไปอีก 4 ปีซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับทีมไปจนถึงฤดูกาล 2014-2015

เกียรติประวัติ
สโมสร
เลสเตอร์ซิตี
Football League One (1): 2008–09
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
พรีเมียร์ลีก (1): 2012-2013
เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ (2): 2011, 2013
รางวัลส่วนตัว
Watford Player of the Season (1): 2009–10

แอมแร จัน

ufa1688 แอมแร จัน (เกิด 12 มกราคม ค.ศ. 1994) เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายชาวตุรกี ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์และทีมชาติเยอรมนี

เขาเริ่มต้นอาชีพที่ไบเอิร์นมิวนิกส่วนใหญ่ในฐานะทีมสำรอง ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซินเป็นเวลาหนึ่งปี และในฤดูกาลถัดมาจันก็ย้ายมาเป็นนักเตะในสังกัดสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวประมาณ 9.75 ล้านปอนด์

ลิเวอร์พูล
ในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 สโมสรลิเวอร์พูล เซ็นสัญญาคว้าตัว แอมแร จัน จากไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ด้วยค่าตัว 9.75 ล้านปอนด์

ฤดูกาล 2014-15
นพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014-15 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 2-1 จันมีชื่ออยู่ในม้านั่งสำรองแต่ไม่ได้ลงสนาม ต่อมา ในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2014 จันลงเล่นนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล โดยลงสนามเป็นตัวสำรองแทน โจ แอลเลน ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-3

ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2014 จันลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ที่ลอฟตัสโรด 3-2 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 จันทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เชลซี 1-2 ต่อมา ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2014 จันโดนใบเหลืองใบที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ อาร์เซนอล 1-4

ฤดูกาล 2015-16
ในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2015–16 รอบแบ่งกลุ่ม จันทำประตูแรกให้กับลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2015-16 ในนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ รูบิน คาซาน จากรัสเซีย 1-1 นอกจากนี้ยังเป็นประตูแรกของลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ เยือร์เกิน คลอพพ์ ต่อมา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 จันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอสตันวิลลา ที่วิลลาพาร์ก 6-0

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2016 จันมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าในยูฟ่ายูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 4-3 ผลการตรวจระบุว่า ต้องพัก 4-6 สัปดาห์ ต่อมา ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง จันกลับมาลงสนามอีกครั้ง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ บิยาร์เรอัล 3-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2016-17
ในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2016 จันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก 4-2 ต่อมา ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 จันทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 6-1ต่อมา ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2016 จันยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ บอร์นมัท 3-1 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 3-4

ในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2017 จันทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เบิร์นลีย์ 2-1 ต่อมา ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 จันทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วอตฟอร์ด ที่วิคาริจโรด 1-0 และประตูนี้ของจันทำให้ได้รับการโหวตเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลิเวอร์พูล ในงานประกาศรางวัล Players' Awards 2017 รวมถึงคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2016–17 ของพรีเมียร์ลีก จบฤดูกาล จันยิงประตูในพรีเมียร์ลีก 5 ประตูจาก 32 นัด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 4 และคว้าโควต้าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2017-18
ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2 จันยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฮ็อฟเฟินไฮม์ จากเยอรมัน 4-2 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฮ็อฟเฟินไฮม์ 6-3 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จต่อมา ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E จันทำประตูที่ 3 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ มารีบอร์ จากสโลวีเนีย 3-0 ต่อมา ในวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 2017 จันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017–18 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ที่สนามกีฬาอเมริกันเอ็กซ์เพรสคอมมูนิตี 5-1 ต่อมา ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2018 จันทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ที่สนามกีฬาจอห์นสมิท 3-0 ต่อมา ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 จันทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-1

เกียรติประวัติ
สโมสร
ไบเอิร์นมิวนิก

บุนเดิสลีกา: 2012–13
เดเอ็ฟเบ-โพคาล: 2012–13
เดเอฟเอล-ซูเปอร์คัพ: 2012
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2012–13

ทีมชาติ
เยอรมนี

ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ: 2017

รางวัลส่วนตัว
นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2015–16
UEFA Europa League Squad of the Season: 2015–16
BBC Goal of the Season: 2016–17
Carling Goal of the Season: 2016–17
ประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลิเวอร์พูล: (2016–17: เจอกับ วอตฟอร์ด ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2017)
ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์: มีนาคม 2017

ราสมุส จอห์นสัน

ufa1688 ราสมุส จอห์นสัน (สวีเดน: Rasmus Jönsson; 27 มกราคม ค.ศ. 1990 ) เป็นนักฟุตบอลชาวสวีเดนในตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเล่นให้กับเฮลซิงบอร์ในออลสเวนส์คาน เขาเคยเล่นให้กับว็อลฟส์บวร์คในบุนเดสลีกา และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในไทยลีก เขาเคยชนะเลิศเดนิชคัพกับออลบอร์ในฤดูกาล 2013–14 และสวีดิชคัพกับเฮลซิงบอร์ในฤดูกาล 2010

สโมสรอาชีพ
สโมสรในทวีปยุโรป
จอห์นสันเริ่มต้นอาชีพกับเฮลซิงบอร์ โดยเขาสามารถทำได้สี่ประตูในฤดูกาล 2008 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่เขาลงเล่น ต่อมาในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 จอห์นสันทำประตูชัยในการแข่งขันสวีดิชคัพนัดชิงชนะเลิศ ช่วยให้เฮลซิงบอร์เอาชนะฮัมมาร์บีไปได้ 1–0 ต่อมาในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 จอห์นสันได้ย้ายไปเฟาเอ็ฟเอ็ล ว็อลฟส์บวร์ค อย่างเป็นทางการ และได้ลงเล่นนัดแรกในนัดที่พบกับชัลเคอ 04 โดยในนัดนั้น เขาสามารถแอสซิสต์ให้มาริออ มันจูคิช ทำประตูได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2012–13 จอห์นสันได้ถูกปล่อยยืมตัวให้กับเอ็ฟแอ็สเฟา ฟรังค์ฟวร์ท และในฤดูกาล 2013–2014 เขาก็ถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้งให้กับออลบอร์ ต่อมาในช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 2016 จอห์นสันได้ย้ายไปโอเดนเซ ซึ่งนับเป็นการหวนกลับมาร่วมงานกันกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเคนต์ เนียลเซน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 เฮลซิงบอร์ได้โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว ราสมุส จอห์นสัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันถัดมา เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เปิดตัวจอห์นสันอย่างเป็นทางการ โดยจอห์นสันจะสวมเสื้อหมายเลข 20 ซึ่งเป็นหมายเลขเก่าของฆาบิเอร์ ปาติญโญ ที่ถูกปล่อยยืมตัวให้กับราชบุรี มิตรผล ต่อมาในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 โตโยต้า ลีกคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย จอห์นสันลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสร ในนัดที่บุรีรัมย์บุกไปชนะเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬาสมโภชฯ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2–1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2019 จอห์นสัน ทำประตูแรกในนามสโมสร ในเกมไทยลีก นัดที่บุรีรัมย์บุกไปเอาชนะ นครราชสีมา ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ 3–2

เกียรติประวัติ
Helsingborgs IF
Svenska Cupen (1): 2010
Allsvenskan (1): 2011
AaB
Danish Superliga (1): 2013–14
Danish Cup (1): 2013–14