ประวัติ เนย์มาร์ จูเนียร์

เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล หมดสิทธิ์ลงเล่นในโคปา อเมริกา ufa1688  ที่เหลืออยู่ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ หลังมีคำตัดสินให้เจ้าตัวถูกโทษแบนถึง 4 นัดด้วยกัน

     ดาวเตะจากบาร์เซโลนา โดนใบแดงในเกมพบโคลอมเบีย และจะถูกแบนโดยอัตโนมัติทันที 1 นัด ทว่าภายหลังที่ชมรมบอลอเมริกาใต้ทบทวนกรณีดังที่กล่าวถึงมาแล้วอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงมีการเพิ่มโทษเป็น 4 นัดด้วยกัน

     ขณะที่ คาร์ลอส บัคก้า ซึ่งเป็นคู่กรณีของเนย์มาร์และโดนไล่ออกจากจังหวะดังที่กล่าวมาข้างต้นเช่นกัน ถูกโทษแบน 2 นัด โดยทั้งคู่ยังมีสิทธิอุทธรณ์ต่อไป

    ก่อนหน้านี้เนย์มาร์ก็เคยจำต้องโบกมือลาการแข่งขันบอลโลกกลางคันไปแล้วหนึ่งครั้ง ภายหลังที่มีอาการบาดเจ็บรอบๆกระดูกสันหลังจนไม่อาจช่วยทีมต่อไปได้

ประวัติเนย์มาร์ 
 
ชื่อ-นามสกุล : เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโต๊ส จูเนียร์
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1992
สถานที่เกิด : โมกิ ดาส ครูซเซส, บราซิล
ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า
 
ประวัติพอสังเขป 

 
     เนย์มาร์ ปัจจุบัน ย้ายมาค้าแข้งให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า โคตรทีมแห่งลาลีก้า สเปน และเป็นดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมชาติบราซิลในตอนนี้ เมื่ออายุได้ 19 กองหน้าดาวรุ่ง ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกา ประจำปี 2011 หลังจากเคยคว้าชั้น 3 เมื่อปี 2010 
 
     ในปีเดียวกันนั้น (2011) หัวหอกร่างบาง ยังมีชื่อเข้าชิงบัลลังดอร์ พร้อมกับคว้ารางวัล ฟีฟ่า ปุสกัส อีกด้วย จากนั้น เนย์มาร์ ก็คงความยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัลดังกล่าวข้างต้นในปีต่อมา ข้อดีของ เนย์มาร์คือ ความเร็ว, สปีดต้น, ทีมชาติบราซิล ยอมรับแล้วว่า ตนเองจะย้ายจาก ซานโต๊ส ในบ้านเกิด ไปค้าแข้งกับทีม บาร์เซโลน่า ในสเปน หลังจากเนื้อหอมได้รับความสนใจจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา…
 
ประวัติส่วนตัว
 
     เนย์มาร์ เกิดที่ โมกี ดาส ครูเซส เซาเปาโล โดยเจ้าตัวเติบโตมาพร้อมกับการรักในการเล่นฟุตซอล และ สตรีทบอล พ่อของเนย์มาร์คือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซีเนียร์ อดีตนักเตะ ซึ่งปัจจุบันพ่อของเขา เปลี่ยนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว (เอเย่นต์) ของ เนย์มาร์ อีกด้วย
 
     ในปี 1992 เนย์มาร์ ย้ายครอบครัวไปอยู่ ที่ เซา บิเซนเต และเป็นจุดเริ่มของการเล่นบอลระดับเยาวชนกับทีม โปรตูกีซ่า จากนั้นเขาได้ร่วมทีมเยาวชนของซานโต๊ส ในปี 2003 ก่อนที่จะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่และเปิดฉากสนามเป็นนัดแรกในเกมที่ชนะ โอเอสเต้ 2001 ตอนวันที่ 7 เดือนมีนาคม 2009 ในขณะที่อายุได้เพียง 17 ปี 
 
     ตอนวันที่ 15 เม.ย. 2010 เนย์มาร์ สร้างความฮือฮาด้วยการเหมาคนเดียว 5 ประตูในเกมที่ช่วยให้ทีมต้อนตือ กัวรานี่ 8-1 ก่อนที่ ซานโต๊ส จะคว้าแชมป์เปาลิสต้า 2010 ไปครองภายหลังที่ชนะซานโต อังเดร ในรอบชิงชนะเลิศ และศูนย์หน้าพรสวรรค์รายนี้ก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ไปครอง เมื่อทำได้ถึง 14 ประตูจาก 19 เกม 

     ในเดือน มิ.ย. 2010 ซานโต๊ส ได้ปฏิเสธข้อเสนอ 12 ล้านปอนด์ (540 ล้านบาท) จากเวสต์แฮมแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แต่ต่อมาไม่นานก็มีข่าวว่าเรอัล มาดริด ได้ตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ เรนาโต้ โรดริเกซ เอเย่นต์ของเนย์มาร์แล้ว ทว่า ซานโต๊ส การันตีว่าไม่เป็นความจริงอะไร 
 
     ภายหลังที่มีข่าวลือเกี่ยวกับเนย์มาร์ อย่างต่อเนื่อง ซานโต๊ส ก็ตัดสินใจที่จะจับกองหน้าตัวเก่งต่อสัญญากับสโมสรไปจนถึงเดือนธ.ค. 2014 พร้อมกับตั้งค่าตัวไว้ที่ 30 ล้านยูโร (ราว 1,280 ล้านบาท) 

     ขณะที่ เนย์มาร์ รับรองว่าตนขอมีสมาธิกับการเล่นให้ต้นสังกัดเพียงแค่นั้นแต่เอเย่นต์ของเขากลับอ้างว่าหัวหอกเนื้อหอมรายนี้ต้องการจะย้ายไปค้าแข้งในยุโรป  ณ เวลานี้ อนาคตของเนย์มาร์ ยังคงคลุมเครืออยู่ก็จริง แต่ดาวโรจน์แห่งแวดวงลูกหนังคงจะไม่หยุดอยู่แค่ในลีกบราซิลเป็นแน่แท้ รอลุ้นเพียงแค่ว่าทีมไหนจะโชคดีได้หัวหอกพรสวรรค์สูงรายนี้ไปร่วมทีมแค่นั้น 

 
     วันที่ 24 พ.ค. 2013 ซานโต๊ส ออกมาประกาศว่าได้รับข้อเสนอซื้อตัวเนย์มาร์ จากสองสโมสร ซึ่ง 3 วันต่อมาดาวยิงทีมขาติบราซิลก็ตกลงไปย้ายไปร่วมทัพบาร์เซโลน่า ช่วงวันที่ 24 พ.ค. 2013 ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2013 หลังจากผ่านการตรวจร่างกายกับทางทีมแพทย์

     ส่วนเรื่องค่าตัวการย้ายทีม อยู่ที่ราว 48.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2187 ล้านบาท) นับเป็นค่าตัวสูงที่สุดเป็นชั้น 9 ในประวัติศาสตร์การซื้อขายผู้เล่น พร้อมกับค่าฉีกสัญญา 190 ล้านยูโร (7600 ล้านบาท)
 
ประวัติทีมชาติ
 
     สำหรับผลงานในทีมชาติ เนย์มาร์ ติดทีมบราซิลชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ในศึกชิงแชมป์โลกยู-17 เมื่อปี 2009 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ จนถึงขั้นที่เปเล่ และ โรมาริโอ อดีตสองตำนานแข้งแซมบ้า ออกมาแนะให้ ดุงก้า กุนซือทีมบราซิลชุดใหญ่ หนีบเนย์มาร์ ไปเล่นในศึกบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากสื่อและแฟนบอล แต่สุดท้าย ดุงก้า ก็เลือกที่จะไม่ใส่ชื่อกองหน้าซานโต๊สไปลุยศึกบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ เพราะมองว่ายังขาดประสบการณ์ในเกมระดับชาติ 

     ทว่า ช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม 2010 มาโน เมเนเซส โค้ชคนใหม่ของทีมเซเลเซา ก็ให้โอกาส เนย์มาร์ ได้ติดทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรก ในเกมอุ่นเครื่องกับสหรัฐอเมริกา ช่วงวันที่ 10 ส.ค. ปีเดียวกัน โดยเขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงและสามารถทำประตูได้ทันทีในนาทีที่ 28 ก่อนจะช่วยให้บราซิลคว้าชัยไป 2-0 หลังจากนั้น เนย์มาร์ ก็เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่พบกับ สกอตแลนด์ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
 
     จากนั้น เนย์มาร์ ได้สร้างชื่อในศึกโอลิมปิก ที่สหราชอาณาจักรเป็นเจ้าภาพ ตอนวันที่ 11 พฤษภาคม 2012 ซึ่งแฟนบอลจากแดนกาแฟต่างคาดหวังกับทีมชุดนี้เป็นอย่างสูงว่าจะสามารถก้าวไปคว้าเหรียญทองให้ได้เป็นนัดแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากจวนเจียนอยู่หลายสมัย

     ทว่า "แซมบา" ก็ยังคงไปไม่ถึงดวงดาวอีกรอบ ด้วยการพ่ายต่อคู่แต่งงานคู่แค้นอย่างเม็กซิโก 1-2 ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับได้เพียงเหรียญเงินเพียงแค่นั้นถึงแม้เนย์มาร์ จะโชว์เพลงแข้งได้อย่างดียิ่งด้วยการทำไป 4 ลูกตลอดทัวร์นาเมนต์ก็ตาม 

     อย่างไรก็ตาม กองหน้าดาวรุ่งยังคงพัฒนาการเล่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนมาระเบิดฟอร์มสุดยอดอีกทีในศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2013 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ โดยทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เนย์มาร์ ยังได้ใส่เสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเป็นเลขในตำนานของ "ไข่มุกดำ" เปเล่ และเจ้าตัวก็สามารถพาทีมเถลิงแชมป์เอาฤกษ์เอาชัยก่อนมหกรรมบอลโลกในกลางปีหน้า ด้วยการไล่ถล่มสเปน 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ทั้งยังเนย์มาร์ ยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกคอนเฟดฯ อีกต่างหาก  ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ได้ยิง 2 ประตูแรกในลาลิกา ฤดู 2014–15 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 3 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เลบันเต 5-0 ต่อมา ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำแฮตทริกให้กับบาร์เซโลนา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ กรานาดา 6-0 ต่อมา ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2014 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดู 2014–15 เนย์มาร์ ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ที่ปาร์กเดแพร็งส์ 2-3

ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-0 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 22 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เนย์มาร์ ได้ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา 2-3 ประตูรวม บาร์เซโลนา เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 5-3 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2015 บาร์เซโลนา เจอกับ อัตเลติกเดบิลบาโอ ที่สนามกัมนอว์ ของบาร์เซโลนา เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในโกปาเดลเรย์ ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ 3-1 คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ สมัยที่ 27 มาครอง พาทีมคว้าแชมป์ที่สองได้สำเร็จ

ในวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา เจอกับ ยูเวนตุส ที่สนามโอลึมพีอาชตาดีอ็อนในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เนย์มาร์ ทำประตูที่ 10 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ ยูเวนตุส 3-1 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 5 มาครอง พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จ จบฤดู 3 ประสาน MSN (เมสซิ, ซัวเรซ และเนย์มาร์) ยิงประตูรวมทั้งหมด 122 ประตู ทำลายสถิติ 118 ประตูของ เรอัลมาดริด (คริสเตียโน โรนัลโด, กอนซาโล อิกัวอิน และ การีม แบนเซมา ในฤดู 2011-12)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *