ประวัติ แทมมี อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่ง อันดับหนึ่งปี 2019

แทมมี่ อับราฮัม (Tammy Abraham) เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1997 เขาเติบโตมาในเมืองเล็กๆ ของกรุงลอนดอน ประเทศ England  ในช่วงวัยเรียน เขามีทักษะในเรื่องของการแสดงเป็นอย่างมาก ซึ่งครูสอนการแสดงของเขาได้เคยออกมาบอกกับพ่อและแม่ของเขาว่า หาก แทมมี่ เอาจริงเอาจังทางด้านการแสดงนั้น เขาสามารถที่จะไปได้ไกลเลยทีเดียว   ufa1688 

แต่ด้วยสังคมได้นำพาให้เขาได้มารู้จักกับกีฬาฟุตบอล โดยวัย 8 ขวบ แทมมี่ อับราฮัม ได้เข้าคัดตัวกับทางอคาเดมี่ของสโมสรเชลซี โดยในตอนแรกนั้น เขาต้องทำการตัดสินใจระหว่าง ไอ้ปืนใหญ่ และสิงห์บลูแต่เพราะเขามี ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นไอดอลและพร้อมที่จะเจริญรอยตามแบบของศูนย์หน้าตำนานเชลซี แต่จากการตัดสินใจย้ายเขามาฝึกฝนวิชาฟุตบอลกับอคาเดมี่ของสโมสรเชลซี ดูเหมือนจะไม่ง่ายนัก เพราะสโมสรแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสโมสรที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก จึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับเด็กดาวรุ่งที่จะก้าวขึ้นมาติดที่ชุดใหญ่ของสโมสรได้สำเร็จ แต่ แทมมี่ ก็ยังทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดกว่านักเตะรุ่นเดียวกัน

แท็มมี่เซ็นสัญญาร่วมทีมในรุ่น U8 เล่นในตำแหน่ง ปีกซ้าย, ปีกขวา และเป็นสไตรค์เกอร์ มาในหลายๆ รุ่น เขาลงเดบิวต์ให้ทีมรุ่นเยาว์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2013/14 ทำประตูแรกในรุ่น U18 ได้ในเกมที่ชนะเวสต์ แฮม 2-1 เขาได้ลงเล่นต่อมาเรื่อยๆ รวมในฤดูกาลนั้นลงเล่นไปทั้งหมด 17 นัด ทำประตูรวม 5 ประตู

ในปี 2014/15 เขาสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำประตูไปทั้งหมด 32 ประตูจากการลงแข่ง 26 นัดให้กับทีมรุ่นเยาว์ รวมถึงการทำ 9 ประตูในช่วงการป้องกันแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ซึ่งเป็นรายการที่เขาทำประตูได้ทั้งนัดเหย้าและเยือนในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ที่พบกับ Manchester City 

อับราฮัมลงเดบิวต์ให้ทีม U21 ในเดือนกุมภาพันธ์ และทำประตูได้อีกครั้ง โดยยิง 2 ประตูในเกมที่เราชนะ 5-3 นอกต่อไปเขายังทำได้อีก 4 ประตูในรายการ UEFA  ยูธ ลีก ที่เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป รุ่น U19 ได้สำเร็จอีกด้วย

ฤดูกาล 2015/16 สไตรค์เกอร์รายนี้ทำประตูไป 7 ประตูจากการลงแข่ง 7 นัด ช่วยให้ทีม U19 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ  UEFA  ยูธ ลีก ได้อีกครั้ง  Stats การทำหนึ่งประตูต่อหนึ่งเกมของเขาพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่านำทีมเข้านัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ได้เป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกัน เขายังทำประตูในยูธ คัพได้ 6 ประตูในระหว่างเส้นทางการเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ของยูธ คัพ และโหม่งทำประตูที่ 26 ในฤดูกาลของเขาได้สำเร็จในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ นัดที่ 2 

อับราฮัมเป็นนักฟุตบอลทีมชาติเมืองผู้ดี รุ่น U19 ทำประตูให้ทีมชาติได้ในเกมที่พบกับสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคม 2015 เขาเซ็นสัญญาใหม่ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2015 ทำให้เขาจะอยู่กับสโมสรไปจนถึงจบฤดูกาล 2018/19

ช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2016/17 อับราฮัมถูกยืมตัวไปเล่นให้บริสตอล ซิตี้ตลอดทั้งฤดูกาล 2016/17 เขาทำประตูได้ในเกมนัดที่ 2 ที่ลงสนาม และทำประตูเพิ่มได้อีก 2 เท่าก่อนหมดเดือนกันยายน เขาทำประตูไปทั้งหมด 16 ประตูตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงต้นปี 2017 กลายเป็นนักฟุตบอลรุ่นเยาว์ที่ทำประตูได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแชมป์เปี้ยนชิพ หลังจบฤดูกาลเขายิงไปทั้งหมด 26 ประตูจากการลงสนาม 48 นัดช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้ และจบฤดูกาลด้วยการเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของบริสตอล ซิตี้ และคว้ารางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย

อับราฮัมขยับขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติ England ชุด U21 ในเดือนตุลาคม 2016 และทำ 2 ประตูได้ในเกมที่ลงเดบิวต์ ซึ่งเป็นนัดที่ชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวิน่า 5-0 ในศึกยูโร ก่อนจะมาได้เป็นศูนย์หน้าให้กับทีมชาติเมืองผู้ดีชุด U21 อีกครั้งในเกมยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพรุ่น U21 ที่โปแลนด์ในเดือนมิถุนายน 2017 ได้รับคำชมมากมายจากการเล่นเป็นหัวหอกที่น่าประทับใจ เขาทำประตูในรอบรองชนะเลิศที่เจอกับเยอรมนีได้ แต่โชคร้ายที่เมืองผู้ดีต้องตกรอบจากการพ่ายจุดโทษ

วันที่ 4 ก.ค. 2017 อับราฮัมได้ต่อสัญญากับเชลซีไปอีก 5 ปีและถูกยืมตัวไปเล่นให้สวอนซี ซิตี้ใน Premier League  ซึ่งคุมทีมโดยพอล คลีเมนท์ อดีตโค้ชเชลซี

หลังทำประตูได้ 5 ครั้งในช่วงสามเดือนแรกของฤดูกาลที่อยู่กับสวอนซี อับราฮัมก็ได้ลงเดบิวต์ให้ทีมชาติในเกมกระชับมิตรที่เจอกับเยอรมนีที่เวมบลีย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017

เขาจบฤดูกาลด้วยการยิงไป 8 ประตูใน 39 นัดที่ลงเตะในทุกรายการให้กับสวอนซี แต่ตกชั้นไปเล่นในแชมป์เปี้ยนชิพ

วันที่ 31 สิงหาคม 2018 อับราฮัมถูกยืมไปเล่นให้แอสตัน วิลล่า กลายเป็นสไตรค์เกอร์หลักของทีมตลอดฤดูกาล 2018/19 และเป็นดาวเตะวิลล่าคนแรกที่ยิงได้ 20 ประตู นับตั้งแต่ฤดูกาล 1980/81

รวมแล้วอับราฮัมยิงไป 26 ประตูจากการลงเล่น 40 นัด โดยประตูล่าสุดได้มาในเกมพบดาร์บี้ที่เวมบลีย์ ซึ่งทำให้วิลล่ากลับมาเล่นใน Premier League ได้อีกครั้ง เขาคว้ารางวัลทีมแชมป์เปี้ยนชิพยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA และในช่วงฤดูร้อน 2019 เขาได้ลงเล่นให้เมืองผู้ดีในยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพรุ่น U21 ด้วย

จนทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาได้เข้าไปสะดุดตาของ กุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือในเวลานั้น และพาเขาขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ทันที แต่ก็ไม่สามารถที่จะแทรกตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งได้ เขาจึงถูกปล่อยตัวให้กับทางสโมสร บริสตอล ซิตี้ ยืมตัวไปในปี 2016

สโมสร บริสตอล ซิตี้
Tammy-Abraham-Bristol
แทมมี่ อับราฮัม ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ บริสตอล ซิตี้ ในฐานะ นักเตะที่ถูกยืมตัวมาช่วยทีม

จากการที่ กุส ฮิดดิ้งค์ ได้เห็นฟอร์มการเล่นของ แทมมี่ อับราฮัม แล้วก็สนใจที่จะให้นักเตะดาวรุ่งรายนี้ขึ้นมาฝึกซ้อมกับนักเตะทีมชุดใหญ่ แต่ด้วยความที่เขายังคงมีอายุน้อยและไม่เคยมีประสบการณ์ในเกมการแข่งขันแบบจริงๆ จังๆ ทางสโมสรจึงตัดสินใจที่จะส่งตัวเขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับทางสโมสร บริสตอล ซิตี้ ในฤดูกาล 2016-2017

แทมมี่ ย้ายมาร่วมทีมกับทาง บริสตอล ซิตี้ แบบไร้ความกดดัน เพราะเขาเพราะแค่ต้องการที่จะเล่นฟุตบอลและทำผลงานออกมาให้ได้ดีที่สุดเพื่อเดินทางกับไปที่สโมสรให้ได้ในเร็ววัน ซึ่งเขาก็ทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอด จากการลงเล่นไปทั้งสิ้น 41 นัด เขาสามารถทำไปได้ถึง 23 ประตู ก่อนจะถูกโหวตจากนักเตะรุ่นพี่ภายในทีมและกลายเป็น นักเตะยอดเยี่ยมและดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสร บริสตอล ซิตี้ ไป Season นั้น ก่อนที่จะกลับไปยันสโมสรเชลซีตอนจบลงฤดูกาล และถูกปล่อยตัวให้กับทาง สวอนซี ซิตี้ ยืม Season ถัดไป

สโมสร สวอนซี ซิตี้
Tammy-Abraham-Swansea
แทมมี่ อับราฮัม ได้ลงสนามให้กับ สวอนซี ซิตี้ แต่ไม่อาจะช่วยให้สโมสรอยู่รอดบนเวที  Premier League  ได้

ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2017 สโมสรเชลซีได้ออกมาประกาศว่า “ทางสโมสรได้มอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับหัวหอกอนาคตไกลอย่าง แทมมี่ อับราฮัม เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ปี” ก่อนในวันต่อมาทางChelseaจะปล่อยตัวเขาให้ทาง สโมสร สวนซี ซิตี้ ยืมตัวไปอีกหนึ่งปี

เขาเปิดตัวในการลงเป็นตัวจริงให้กับทาง สวอนซี แต่ก็ทำได้เพียงแค่เสมอกับทาง เซาแธมป์ตัน ไป 0-0 จนกระทั่งอีกสิบวันต่อมาเขาได้โอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองและสามารถทำประตูแรกให้กับตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่ สวอนซี ซิตี้ จะคว้ำชนะ เอ็มเค ดอนส์ ไปได้ 4-1 ในเกมลีกคัพ ก่อนที่เขาจะสามารถทำประตูแรกบนเวที Premier League ได้สำเร็จ และนำทีมเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้ถึง 2-0

หลังจากที่ทำผลงานกับทางสโมสร สวอนซี ซิตี้ ออกมาได้อย่างสุดยอดแล้วนั้น เขาเริ่มมีชื่อติดเป็น 11 ตัวจริงบ่อยครั้งมากขึ้น ก่อนที่เขาจะได้รับอาการแบบเจ็บ เป็นเหตุให้ต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไม่สามารถช่วยทาง สวอนซี ซิตี้ ให้อยู่รอดเป็นลีกสูงสุดของเกาะ England ได้ ทำให้สวอนซี ซิตี้ ต้องตกชั้นไปเล่นในลีก แชมเปี้ยนส์ชิพ

จากผลงานการลงสนามให้กับทาง สวอนซี ซิตี้ จะออกมาไม่สวยหรูเท่าที่ควร ทำให้ทางบอร์ดบริหารทาง สโมสรเชลซียังคงไม่ประทับใจฟอร์มเขาเท่าที่เขา จึงทำให้ ในฤดูกาลต่อมา แทมมี่ ต้องเก็บกระเป๋าออกเดินทางเพื่อหาประทับการณ์อีกครั้ง

สโมสร แอสตัน วิลล่า
Tammy-Abraham-Aston
ด้วยความเก่งกาจของเขา ทำให้เขาสามารถช่วยให้ แอสตัน วิลล่า สามารถก้าวขึ้นมาเล่นมาเล่นบน ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

หลังจากที่เขากลับมาที่สโมสรChelseaทางด้านนายใหญ่ของทางสโมสรอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้ออกมาระบุผ่านสื่อว่า แทมมี่ อับราฮัม อยู่ในแผนการทำทัพของเขาอย่างแน่นอน แต่หลังจากหมดเวลา เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ เขาก็ถูกส่งตัวไปให้กับทาง แอสตัน วิลล่า ยืมไปใช้งานอีก 1 ฤดูกาล

ยังไงก็ตามการย้ายมาร่วมกับทางสโมสร แอสตัน วิลล่า ทำให้ แทมมี่ อับราฮัม กลับมาทำผลงานอันสุดยอดได้อีกครั้ง จากการทำไปได้ถึง 26 ประตู จากการลงสนามไปทั้งหมด 37 นัด จนสามารถพาทางสโมสรก้าวขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้สำเร็จ

แต่ความฝันสูงสุดของตัวเขานั้น ก็ยังคงเป็นการได้รับใช้สโมสรเชลซี เช่นเดียวกับทาง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ไอดอลของเขา ซึ่งตัวของ แทมมี่ อับราฮัม ก็ยังคงรอที่จะได้รับโอกาสนั้นต่อไป

สโมสร เชลซี
Tammy-Abraham-Chelsea
แทมมี่ กลายเป็นตัวหลักของทางสโมสรได้อย่างรวดเร็ว ถึงในช่วงแรกจะต้องใช้เวลาปรับตัว

จากปัญหาภายในของสโมสรเชลซี ที่ทำผิด กฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ทำให้สโมสรเชลซีไม่สามารถซื้อตัวนักเตะเขามาเสริมทัพได้ เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ทำให้ทางบอร์ดบริหารได้ทำการแต่งตั้งกุนซือระดับตำนานของสโมสรอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำให้เขากลับมามีความหวังอีกครั้ง

โดย แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้เรียกเขาเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวแล้วบอกกับเขาว่า “ Season นี้เขาจะได้อยู่กับทางสโมสร และจะไม่ถูกส่งตัวไปเล่นให้กับทีมไหนอีก ขอให้เขาทำผลงานออกมาให้เต็มที่”

ในช่วงแรกของฤดู 2019-2020 ได้เริ่มขึ้น ผลงานการลงสนามของออกมาไม่สวยหรูเท่าที่ควรนัก จึงทำให้เขาถูกสื่อและกองเชียร์ออกมาประนามเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลต่อผลงานในสนามของเขาเป็นอย่างที่สุด จนกระทั่งเขาพลาดจุดโทษในเกม  UEFA  ซูเปอร์คัพ ที่พ่ายแพ้ให้กับ หงส์แดง ทำให้เขาถูกกองเชียร์กลุ่มเล็กๆ เหยียดสีผิว และหนักขึ้นถึงขั้นขู่ฆ่าเอาชีวิตเลยทีเดียว

หลังต่อไป เขาก็ได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัวและนักฟุตบอลชื่อดังอย่างมากมาย ทำให้เขากลับมามีแรงที่จะสู้กลับเรื่องดังกล่าวได้ จนเขากลับมาทำประตูได้ในเกม Premier League  3 เกมติดต่อกัน รวมถึง 7 ประตู โดยเฉพาะเกมที่กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน เพราะเขาสามารถทำ3 ประตูได้สำเร็จ เป็นเหตุให้ แทมมี่ อับราฮัม กลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดที่ทำคนเดียว 3 ประตูให้กับทีม ด้วยอายุ 21 ปี กับอีก 347 วัน หลังต่อไปเป็นต้นมา เขาก็กลายเป็นศูนย์หน้าศูนย์หน้าที่สโมสรเชลซีขาดไม่ได้แล้ว

ทีมชาติ  England 
Tammy-Abraham-England

ก่อนที่เขาจะถูกเรียกตัวติดทีมชาติ England นั้น เขาเคยถูกทาบทามให้เข้ามาเป็นดาวเตะให้กับทีมชาติไนจีเรีย เนื่องจาก เขามีเชื้อสายเป็นชาวไนจีเรียจากผู้เป็นพ่อ แต่ยังไงก็ตาม แทมมี่ อับราฮัม ก็ได้ออกมาแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่า “เขาจงรักภักดีและให้เกียรติกับทั้ง 2 ประเทศนี้ เพราะถือได้ว่าเป็นทั้งประเทศพ่อและแม่ของเขา แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาคงจะต้องของเลือกเล่นให้กับทีมชาติ England  เพราะความถนัดในสไตล์การเล่นของตัวเอง”

หลังต่อไป ในวันที่  2 พฤศจิกายน 2017 แทมมี่ อับราฮัม ได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อลงทำการแข่งขันในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติเยอรมนีและบราซิล ที่สนามเวมบลีย์

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2019 เขาได้รับโทรศัพท์จากนายใหญ่ทีมชาติเมืองผู้ดีอย่าง แกเร็ท เซาท์เกต ให้เขาเข้าร่วมทีมในเกมการแข่งขันรอบคัดเลือก ฟุตบอล ยูโร 2020 ทำให้เขาลงสนามกับทีมชาติ England เป็นครั้งแรก และสามารถทำประตูแรกให้กับตัวเองในนามทีมชาติได้สำเร็จ ในเกมที่ ทีมชาติเมืองผู้ดี มีชัยชนะเหนือ ทีมชาติมอนเตเนโกร 7-0

เกียรติประวัติส่วนตัว
Tammy-Abraham-Trophy

Bristol City Young Player of the Season : 2016–2017

Bristol City top scorer : 2016–2017

PFA Fans’ Championship Player of the Month : August/September 2016

Championship Player of the Month : November 2018

Championship Team of the Year : 2018–2019

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *